<<<<< “ เดี๋ยวนี้ไปที่ไหนหรือไปเยี่ยมประชาชนที่ใด เมื่อได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน ก็บอกว่าให้ไปร้องเรียนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ” พระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
 
ประวัติเทศบาล ข้อมูลทั่วไป
ประวัติหมู่บ้าน
โครงสร้างเทศบาล
อำนาจและหน้าที่ของเทศบาล
รายนามคณะผู้บริหาร
รายชื่อสมาชิกสภาเทศบาล
อัตรากำลังของเทศบาล
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
ยุทธศาสตร์การพัฒนา, แผนพัฒนา
สถิติรายได้
ประกาศ / คำสั่ง เทศบาลตำบลยางคราม
สภาเทศบาลตำบลยางคราม
งบประมาณรายจ่ายประจำปี
การโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี
การเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลยางคราม
สถานีอนามัยบ้านดอนชัย
หน่วยงานในพื้นที่
งานกฏหมายและคดี
เทศบัญญัติตำบลยางคราม
ว่าด้วยการเลี้ยงสัตว์และปล่อยสัตว์
ว่าด้วยควันไฟและฝุ่นละอองจากการเผา
ว่าด้วยการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย
ว่าด้วยการควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ว่าด้วยเรื่องตลาด
คุยกับนายกองค์การบริหารส่วน
ตำบลยางคราม
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
แผนที่องค์การบริหารส่วนตำบล
 
     

 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 

   

อบต.ยางคราม ร่วมประชาสัมพันธ์โครงการเมาไม่ขับ <12/04/50>

เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ตระหนักถึงภัยการเมาสุราแล้วขับรถ เพื่อจะได้ไม่เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ ต่อตนเองและผู้อื่น ในช่วง7 วันอันตราย วันที่ 11 - 18 เมษายน พ.ศ. 2550 นี้ และจะได้เที่ยวเทศกาลสงกรานต์ หรือปี๋ใหม่เมืองได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัย



เทศกาลสงกรานต์ ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง <12/04/50>

คุณค่าและสาระของวันสงกรานต์

จากภาพรวมของกิจกรรมต่าง ๆ ในวันสงกรานต์จะเห็นได้ว่า สงกรานต์เป็นประเพณีที่งดงาม อ่อนโยน เอื้ออาทร และเต็มไปด้วยบรรยากาศของความกตัญญู ความเคารพซึ่งกันและกัน เป็นประเพณีที่ให้ความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์ในสังคม

โดยใช้น้ำเป็นสื่อในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกัน ซึ่งต่างจากเทศกาลแห่งน้ำที่หน่วยงานบางแห่งดำเนินการเพื่อสร้างจุดขาย สร้างรายได้เข้าประเทศ ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นแก่คนทั่วโลก ไม่เว้นแต่คนไทยด้วยกันเอง ให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และหลุดลอยไปจากสาระและคุณค่าเดิมของประเพณีสงกรานต์ไปทุกที

ประเพณีที่ถือปฏิบัติและสืบทอมกันมาอย่างยาวนาน เช่น ประเพณีสงกรานต์นี้ จึงย่อมมีความหมายและมีคุณค่าต่อผู้ปฎิบัติ ชุมชน และสังคมเป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือ :

สงกรานต์-คุณค่าต่อครอบครัว

- วันสงกรานต์เป็นวันแห่งความรัก ความผูกผันในครอบครัว อย่างแท้จริง พ่อแม่จะเตรียมเสื้อผ้าใหม่พร้อมเครื่องประดับให้ลูกหลานไปทำบุญ ลูกหลานก็จะเตรียมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ให้ผู้ใหญ่ได้สวมใส่หลักการรดน้ำขอพร

เมื่อถึงวันสงกรานต์ ทุกคนจะหาโอกาสกลับบ้านไปหาพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ รดน้ำขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นปีใหม่ และเป็นกำลังใจกันและกันในการดำรงชีวติอยู่ต่อไป

- วันสงกรานต์เป็นวันแห่งการแสดงความกตัญญู โดยการปรนนิบัติต่อพ่อแม่และผู้มีพระคุณที่มีชีวิตอยู่ และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

สงกรานต์-คุณค่าต่อชุมชน

วันสงกรานต์เป็นวันที่ก่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน เช่น ได้พบปะสังสรรค์ ได้ทำบุญร่วมกัน และได้เล่นสนุกสนานรื่นเริงกันในยามบ่ายหลังจากการทำบุญ โดยการเล่นรดน้ำในหมู่เพื่อนฝูงและคนรู้จัก และการละเล่นตามประเพณีท้องถิ่น เป็นต้น

สงกรานต์-คุณค่าต่อสังคม

สงกรานต์เป็นประเพณีที่ก่อให้เกิดความเอื้ออาทรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะในวันนี้ทุกคนจะช่วยกันทำความสะอาดบ้านเรือน สิ่งของเครื่องใช้ทุกอย่างให้สะอาดหมดจด เพื่อจะได้ต้อนรับปีใหม่ด้วยความแจ่มใส เบิกบาน นอกจากนี้ยังควรช่วยกันทำความสะอาดวัดวาอาราม ที่สาธารณะ และอาคารสถานที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย

สงกรานต์-คุณค่าต่อศาสนา

วันสงกรานต์เป็นวันทำบุญครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของพุทธศาสนิกชน โดยการทำบุญ ตักบาตร เลี้ยงพระ ฟังเทศน์ ปฏิบัติธรรม และสรงน้ำพระ การศรัทธาในการทำบุญให้ทาน ถือเป็นการเกื้อกูลสูงสุดของมนุษยชาติ และการถือศีลปฏิบัติธรรมเป็นเหตุแห่งความเจริญร่งเรืองของชีวิต และสามารถสืบทอดพระพุทธศาสนามาได้จนถึงปัจจุบัน



มาฆบูชา นี้ มาตามรอยพระอรหันต์กันเถอะ <28/02/50>

วันมาฆบูชาเวียนมาถึงอีกครั้ง...เป็นอีกครั้งที่เตือนพวกเราเหล่าพุทธศาสนิกชนว่า สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้วเมื่อ 2550 ปีที่ผ่านมา
ซึ่งหากจะดูตามระยะเวลา ก็คงต้องบอกว่าไกลตัว แต่ทว่าเรามีสาวกสาวิกาซึ่งมีหน้าที่ศึกษา สืบทอด เผยแผ่ และส่งผ่านพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ให้เราได้เรียนรู้และยึดเป็นแนวทางในการปฏิบัติตัวปฏิบัติใจ จึงทำให้ที่เคยไกลก็กลับเป็นใกล้
วันมาฆบูชาที่เคยท่องจำกันตั้งแต่เด็กว่าย่อมาจากคำว่า "มาฆปุรณมีบูชา" แปลว่า การบูชาในวันเพ็ญเดือน 3 ถือเป็น "วันจาตุรงคสันนิบาต" แปลว่า การประชุมอันประกอบด้วยองค์ 4 ซึ่งเป็นเหตุการณ์อัศจรรย์เกิดขึ้นพร้อมกันในสมัยพุทธกาล คือ พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป ที่ล้วนเป็นพระอรหันต์ และได้รับการบวชจากพระพุทธเจ้าโดยตรง ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา ซึ่งจาริกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสถานที่ต่างๆ เดินทางมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ เวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ อย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้มีการนัดหมาย และได้ฟังพระธรรมเทศนา "โอวาทปาติโมกข์" อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา 3 ประการคือ ไม่ทำความชั่วทั้งปวง เว้นจากความชั่วด้วยกาย วาจา ใจ ทำความดีให้ถึงพร้อม ด้วยกาย วาจา ใจ และทำจิตใจให้หมดจดบริสุทธิ์ผ่องใส
ดังนั้น เราจึงสามารถที่จะทำตัวเราให้เป็นหนึ่งในสังฆะ ซึ่งเป็นกลุ่มชนที่ฝึกตัวเองให้รู้จักการปฏิบัติดีแล้ว ปฏิบัติตรงแล้ว ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว ปฏิบัติสมควรแล้ว โดยการปฏิบัติตนตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ปฏิบัติตนให้เป็นบุคคลที่สามารถอัญชลีตัวเอง คือไหว้ตัวเองได้ เพราะพระอรหันต์แปลว่าผู้ไม่มีความลับ
เมื่อเราเป็นมนุษย์ที่มีความเต็มเปี่ยมแห่งมนุษย์ที่จะดำรงคงอยู่ในสังคมโลกนี้ได้อย่างกตัญญูต่อพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริงแล้ว ก็เท่ากับเป็นการดึงมาฆปุรณมีบูชากลับมาเป็นมาฆบูชา คือการบูชาเนื่องในวันมาฆบูชาที่เป็นกาลสมควรแก่การบูชา เป็นการปฏิบัติบูชาโดยการทำตัวเราให้เป็นสาวกสาวิกาของพระผู้มีพระภาคเจ้าที่ได้นำคำสอนที่พระองค์ได้ให้ไว้ในวันนี้ คือไม่ทำชั่วทั้งปวง ทำกุศลให้ถึงพร้อม และรักษาใจของเราให้ขาวรอบ ดำรงชีวิตอยู่อย่างเป็นผู้ที่ได้โอกาสแล้ว ใช้โอกาสนั้นเป็น พร้อมทั้งใช้โอกาสเพื่อตนเองและผู้อื่น...
พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ



ในหลวง"โปรดเกล้าฯตราสัญลักษณ์80พรรษาแล้ว <18/01/50>

พระราชทานตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 แล้ว ขณะที่นายอารักษ์ สังหิตกุล อธิบดีกรมศิลปากร ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน หากประสงค์นำตราสัญลักษณ์ไปใช้จัดทำสิ่งของให้แจ้งสำนักราชเลขาธิการก่อน
นายอารักษ์ สังหิตกุล อธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย และโปรดเกล้าตราสัญลักษณ์ 80 พรรษาแล้ว โดยเลือกแบบที่ 12 ของ นายสุเมธ พุฒพวง นักวิชาการช่างศิลป์ 7 ว. ช่างสิบหมู่ ของกรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบ ตราสัญลักษณ์ 80 พรรษา ซึ่งการออกแบบได้ใช้ตราสัญลักษณ์ มีพระราชลัญจกร รัชกาลที่ 9 หมายถึง แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช มีพระมหาพิชัยมงกุฎ พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และพระเศวตฉัตร ที่หมายถึงเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ ของพระมหากษัตริย์ ด้านล่างมีเลขไทย 80 และเพชร 80 เม็ด ที่หมายถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พร้อมแถบแพรสีชมพู หมายถึงสีอายุตามโหราศาสตร์ทักษาพยากรณ์ ตรงกับวันอังคารของพระองค์ และบอกชื่อตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงให้เขียนดอกพิกุลทอง 5 ดอก ดอกพิกุลเงิน 4 ดอก เพิ่มเติมที่แท่นแปดเหลี่ยมรองรับพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ที่มีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ทั้งนี้ ข้อปฏิบัติการขอใช้ตราสัญลักษณ์และ การประดับธงกับตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5ธันวาคม 2550 ได้กำหนดการขอใช้ตราสัญลักษณ์ดังนี้ กรณีที่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป มีความประสงค์ นำตราสัญลักษณ์ไปใช้ในการจัดทำสิ่งของใดๆก็ตาม ต้องแจ้งให้สำนักราชเลขาธิการ พิจารณาคำขออนุญาต โครงการและกิจกรรมที่ผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการอำนวยการเฉลิมพระเกียรติฯแล้ว สามารถนำตราสัญลักษณ์ไปใช้ในโครงการหรือ กิจกรรมได้เลย โดยให้แจ้งสำนักราชเลขาธิการทราบเพื่อรวบรวมบันทึกไว้ และ ให้ประดับธงชาติไทยคู่ผืนผ้าสีเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์บนผืนผ้า และประดับตราสัญลักษณ์ ตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ของหน่วงงาน โดยไม่ต้องขออนุญาตจากสำนักาชเลขาธิการ ทั้งนี้ ให้ประดับในระยะเวลาของการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2550



ขอเชิญร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ 2550 <08/01/50>

ในวันที่ 12 มกราคม 2550 ณ ลานหน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลยางคราม เริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป ในงานมีการแสดงบนเวที ของศูนย์พัฒนาเด็ก และโรงเรียนต่าง ๆ ในตำบลยางคราม มีกิจกรรมต่าง ๆ อีกมายมาย อาทิ เช่น การตอบปัญหาชิงรางวัล การเล่นเกมส์ทางภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ในงานมีของแจกมากมาย



"ในหลวง"พระราชทานพรแก่ปวงชนชาวไทยเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ <03/01/50>

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานพรแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2550 ความว่า

"ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ เป็นเวลาที่เราควรจะระลึกถึงกัน และอวยพรแก่กัน เพื่อเป็นนิมิตหมายอันดีของปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทุกๆ คน

ในปีที่แล้วบ้านเมืองของเรามีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายอย่าง บางเรื่องก็กระทบกระเทือนถึงฐานะทางเศรษฐกิจ การคลัง การเมือง ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่และความมั่นคงปลอดภัย สมควรที่เราชาวไทยจะร่วมมือกันแก้ไขให้คลี่คลายไปโดยเร็ว แต่เรื่องที่ควรแก่การชื่นชมก็มีอยู่มิใช่น้อย

ข้าพเจ้าขอขอบใจท่านเป็นอย่างมาก ที่จัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ให้อย่างงดงาม ยิ่งใหญ่ และในคราวที่เจ็บป่วย ก็พากันแสดงความวิตก ห่วงใย อย่างจริงใจ ข้าพเจ้ายังรู้สึกประทับใจอยู่ ที่ได้เห็นท่านทั้งหลาย ไม่ว่าเพศใด วัยใด อยู่ในฐานะหน้าที่ใด พร้อมเพรียงกัน มาให้กำลังใจแก่ข้าพเจ้า กำลังใจนี้เป็นพลังอย่างสำคัญที่ทำให้คนเรากล้าเผชิญกับปัญหาและอุปสรรค สามารถดำเนินชีวิตและประกอบกิจการงานให้ประสบผลสำเร็จที่ดีได้

ในปีใหม่นี้ ขอให้ท่านทั้งหลายตั้งจิตตั้งใจให้มั่นอยู่ในความเมตตา ปรารถนาดี ให้กำลังใจแก่กันและกัน เพื่อแต่ละคนจะได้มีกำลังใจ กำลังกาย กำลังความคิด สร้างสรรค์ความเจริญมั่นคงให้แก่ตน แก่ชาติบ้านเมือง ได้ดั่งที่ตั้งใจปรารถนา

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเคารพบูชา จงอภิบาลรักษาท่านทุกคน ให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจ และประสบแต่สิ่งที่พึงประสงค์ ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน"



เริ่มวันนี้ (28ธค.) 7 วันอันตรายช่วงเทศกาลปีใหม่ <28/12/49>

วันนี้ (28 ธ.ค.) นายบัญญัติ จันทน์เสนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัยทางถนน กล่าวถึง เทศกาลปีใหม่ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ว่า ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุทางถนน ดังนั้นศูนย์ฯ จึงได้กำหนดให้วันที่ 28 ธ.ค. 2549 - 3 ม.ค.2550 เป็นช่วง 7 วันอันตราย โดยในคืนนี้ได้ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 15 จากประมาณการที่ได้ตั้งไว้ โดยจำนวนอุบัติเหตุไม่เกิน 4,001 ครั้ง เสียชีวิตไม่เกิน 410 ราย บาดเจ็บไม่เกิน 5,555 ราย นอกจากนี้ได้สั่งการให้ทุกศูนย์ฯ สนธิกำลังทุกภาคส่วน จัดตั้งจุดตรวจทั้งขาไปและขากลับ 3,036 จุด ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านพล.ต.ต.วุฒิ ลิปตพัลลภ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 กล่าวว่า ในส่วนของตำรวจภูธรภาค 1 รับผิดชอบ 9 จังหวัด ทั้งรอยต่อจากกรุงเทพมหานคร และจังหวัดขึ้นสู่ภาคเหนือ เมื่อวานนี้ (27 ธ.ค.) เริ่มออกไปตรวจสภาพจริง พี่น้องประชาชนเริ่มเดินทางกันแล้ว วันนี้เชื่อว่าหลังเที่ยงเป็นต้นไป กว่า 50 เปอร์เซ็นต์จะเริ่มเดินทางกันค่อนข้างหนาแน่น

สำหรับจุดแวะพัก รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 กล่าวว่า เฉลี่ยอำเภอละ 3 แห่ง ทั้งภาคประมาณ 200 กว่าแห่ง ส่วนมาตรการตรวจเข้มปีนี้ เราเน้น 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ เรื่องป้องกันอุบัติเหตุและผู้สูญเสียชีวิตระหว่างเดินทาง และการปราบปรามอาชญากรรมในช่วงนี้

“7 วันอันตราย รัฐบาลตั้งเป้าให้ลดจากเดิมประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ เรามั่นใจทำได้ เพราะใช้กำลังตำรวจภูธรภาค1 ทั้งหมด 13,000 คน ถึงขณะนี้ทำงานเต็มกำลังตามจุดต่าง ๆ แล้ว” พล.ต.ต.วุฒิ กล่าว



การจัดงานกีฬา อบต.ยางครามสัมพันธ์ต่อต้านยาเสพติด ประจำปี 2549 <12/12/49>

องค์การบริหารส่วนตำบลยางคราม กิ่ง อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ จะจัดงานกีฬา อบต.ยางครามสัมพันธ์ต่อต้านยาเสพติด ประจำปี 2549 ขึ้นในระหว่างวันที่ 9 – 24 ธันวาคม 2549 ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติบ้านห้วยน้ำขาว ตำบลยางคราม กิ่ง อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ โดยมีชนิดกีฬาที่แข่งขันคือ ฟุตบอล, เซปัคตะกร้อ,วอลเล่ย์บอล ,แชร์บอล ,เปตอง และกีฬาพื้นบ้าน
 
     
หน้า   1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 [11] 12  


 
 
 
 
 
Copyright 2006-2017 โดย เทศบาลตําบลยางคราม - http://www.yangkham.go.th,
ที่ทำการเทศบาลตําบลยางคราม 271 ม.5 ต.ยางคราม อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ 50160
เว็บไซต์ออกแบบและพัฒนาโดย www.click2solutions.com
เริ่ม 12 ธันวาคม พ.ศ.2549