<<<<< “ เดี๋ยวนี้ไปที่ไหนหรือไปเยี่ยมประชาชนที่ใด เมื่อได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน ก็บอกว่าให้ไปร้องเรียนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ” พระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
 
ประวัติเทศบาล ข้อมูลทั่วไป
ประวัติหมู่บ้าน
โครงสร้างเทศบาล
อำนาจและหน้าที่ของเทศบาล
รายนามคณะผู้บริหาร
รายชื่อสมาชิกสภาเทศบาล
อัตรากำลังของเทศบาล
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
ยุทธศาสตร์การพัฒนา, แผนพัฒนา
สถิติรายได้
ประกาศ / คำสั่ง เทศบาลตำบลยางคราม
สภาเทศบาลตำบลยางคราม
งบประมาณรายจ่ายประจำปี
การโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี
การเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลยางคราม
สถานีอนามัยบ้านดอนชัย
หน่วยงานในพื้นที่
งานกฏหมายและคดี
เทศบัญญัติตำบลยางคราม
ว่าด้วยการเลี้ยงสัตว์และปล่อยสัตว์
ว่าด้วยควันไฟและฝุ่นละอองจากการเผา
ว่าด้วยการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย
ว่าด้วยการควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ว่าด้วยเรื่องตลาด
คุยกับนายกองค์การบริหารส่วน
ตำบลยางคราม
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
แผนที่องค์การบริหารส่วนตำบล
 
     

 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 

   

ประกาศการรับลงทะเบียนผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 <28/10/54>

ด้วย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งแนวทางในการดำเนินงานรับลงทะเบียนผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 และการดำเนินงานด้านสวัสดิการเบี้ยความพิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 ดังนั้นเทศบาลตำบลยางครามจึงประกาศแนวทางในการดำเนินการรับลงทะเบียนดังนี้คือ
1) จัดให้มีการรับลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุรายใหม่ ที่ยังไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน ซึ่งเป็นผู้ที่จะมีอายุครบ 60 ปีขึ้นไปในปีงบประมาณ พ.ศ.2556 (เกิดก่อนวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2495) มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ 6 แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ พ.ศ.2552 และผู้สุงอายุที่ย้ายภูมิลำเนาเข้ามาใหม่ในพื้นที่เทศบาลตำบลยางคราม แต่ยังไม่ได้ลงทะเบียนฯ ตามข้อ 8 แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ พ.ศ.2552
2) จัดให้มีการรับลงทะเบียนคนพิการรายใหม่ที่ยังไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามข้อ 6 แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยความพิการให้คนพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2553 รวมทั้งคนพิการที่ย้ายภูมิลำเนาเข้ามาใหม่ในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามข้อ 8 แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ พ.ศ.2553
3) เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการรับลงทะเบียน ดังนี้คือ
ผู้สูงอายุ
- สำเนาทะเบียนบ้านพร้อมลงลายมือชื่อ จำนวน 1 ฉบับ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมลงลายมือชื่อ จำนวน 1 ฉบับ
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร(ในกรณีผู้ขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุประสงค์ขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุผ่านธนาคาร) จำนวน 1 ฉบับ
คนพิการ
- สำเนาทะเบียนบ้านพร้อมลงลายมือขื่อ จำนวน 1 ฉบับ
- สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการหรือสำเนาบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร(ในกรณีผู้ขอรับเงินเบี้ยความพิการประสงค์ขอรับเงินผ่านธนาคาร) จำนวน 1 ฉบับ

ทั้งนี้ผู้สูงอายุและคนพิการที่ลงทะเบียนฯ แล้วจะมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2556 เป็นต้นไป
การรับลงทะเบียน ระหว่างวันที่ 1 - 30 พฤศจิกายน 2554 นี้เท่านั้น (หากพ้นกำหนดจะสามารถลงได้อีกครั้งในปี 2555) ณ สำนักงานเทศบาลตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. (วัน เวลาราชการ)



ประกาศใช้เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2555 <20/10/54>

เทศบาลตำบลยางครามได้ประกาศใช้เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ประกาศ ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2554



ประกาศใช้แผนพัฒนาสามปี 2555-2557 <20/10/54>

เทศบาลตำบลยางคราม ได้ประกาศใช้แผนพัฒนาสามปี พ.ศ.2555-2557 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2554



รับโอนย้ายข้าราชการส่วนท้องถิ่น <12/09/54>

เทศบาลยางครามรับโอนย้ายข้าราชการส่วนท้องถิ่น จำนวน 2 ตำแหน่ง ดังนี้
1. ช่างโยธา 1-3/4
2. นักวิชาการเกษตร 3-5/6ว
ท่านที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์ 053-367121
ในวันและเวลาราชการ



การรับสมัครเด็กนักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลยางคราม <10/03/54>

ระหว่างวันที่ 14 มีนาคม - 1 เมษายน 2554 เทศบาลตำบลยางคราม จะดำเนินการรับสมัครเด็กที่มีอายุ 1 ปี บริบูรณ์ เข้าเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลยางคราม หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับสมัคร ดังต่อไปนี้
๑. คุณสมบัติของผู้สมัคร
๑.๑ เด็กที่สมัตรต้องมีภูมิลำเนาหรืออาศัยอยู่ในเขตเทศบาลตำบลยางคราม
๑.๒ เด็กที่สมัครต้องมีอายุครบ ๑ ปี บริบูรณ์ (นับแต่วันรับสมัคร)
๑.๓ เด็กที่สมัครต้องเป็นเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง หรือโรคอื่นๆ ที่จะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเรียน
๒. หลักฐานและเอกสารที่จะต้องนำมาในวันสมัคร
๒.๑ ใบสมัครของศูนย์พัฒนาเด็กฯ ที่กรอกข้อความสมบูรณ์แล้ว
๒.๒ สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับจริง) พร้อมสำเนา ๑ ชุด
๒.๓ สูติบัตร (ฉบับจริง) พร้อมสำเนา จำนวน ๑ ชุด
๒.๔ ต้องนำเด็กมาแสดงตัวในวันยื่นใบสมัคร
๒.๕ สมุดบันทึกสุขภาพหรือใบรับรองแพทย์



ใบสมัคร 161_165_111.doc (177 KB.)
ประกาศการรับสมัคร 161_166_222.doc (46 KB.)



กำหนดออกให้บริการเทศบาลเคลื่อนที่พบประชาชน <09/03/54>

เทศบาลตำบลยางครามได้กำหนดออกให้บริการเทศบาลเคลือนที่พบประชาชน ตั้งแต่วันที่ 14-18 มีนาคม 2554 โดยมีการให้บริการดังนี้
1. กิจกรรมการประชาคมแผนพัฒนาสามปี พ.ศ.2555-2557
2.กิจกรรมการรับชำระภาษี
3.กิจรรมการให้คำปรึกษากฏหมาย
4.กิจกรรมการให้บริการขออนุญาตก่อสร้างฯ
5.กิจกรรมการรับสมัครนักเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลยางคราม
6.กิจรรมการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
7.กิจกรรมวันท้องถิ่นไทย
8.กิจกรรมรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100 %
9.กิจกรรมด้านการตรวจสุขภาพ



วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 วันมาฆบูชา <17/02/54>

วันมาฆบูชา ซึ่งถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง ได้เวียนมาบรรจบอีกครั้ง เทศบาลตำบลยางครามจึงมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับวันมาฆบูชามาฝากกันค่ะ

ความหมายของวันมาฆบูชา

คำว่า "มาฆะ" นั้น เป็นชื่อของเดือน 3 ย่อมาจากคำว่า "มาฆบุรณมี" หมายถึง การบูชาพระในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะตามปฏิทินของอินเดีย หรือเดือน 3

การกำหนดวันมาฆบูชา

การกำหนดวันมาฆบูชาตามปฏิทินจันทรคติของไทยนั้นจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 แต่ถ้าปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน 8 สองครั้ง วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 และมักตรงกับเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม

ความสำคัญและประวัติของวันมาฆบูชา

ความสำคัญของวันมาฆบูชา คือเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาติโมกข์" แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้มาแล้วเป็นเวลา 9 เดือน ซึ่งหลักคำสอนนี้เป็นหลักการ และวิธีการปฏิบัติต่างๆ หากสรุปเป็นใจความสำคัญ จะมีเนื้อหาว่า "ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์"

ทั้งนี้ในวันมาฆบูชาได้เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นพร้อมๆ กันถึง 4 ประการ อันได้แก่

1.วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์

2.มีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

3.พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6

4.พระสงฆ์ทั้งหมดได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า หรือ "เอหิภิกขุอุปสัมปทา"

และเพราะเกิดเหตุอัศจรรย์ 4 ประการข้างต้น ทำให้วันมาฆบูชา เรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต" ซึ่งคำว่า "จาตุรงคสันนิบาต" นี้ มีความหมายตามการแยกศัพท์คือ

จาตุร แปลว่า 4
องค์ แปลว่า ส่วน
สันนิบาต แปลว่า ประชุม

ดังนั้น "จาตุรงคสันนิบาต" จึงหมายความว่า "การประชุมด้วยองค์ 4" นั่นเอง

ทั้งนี้วันมาฆบูชาถือว่าเป็นวันพระธรรม ขณะที่วันวิสาขบูชาถือว่าเป็นวันพระพุทธ ส่วนวันอาสาฬหบูชา เป็นวันพระสงฆ์

ประวัติการถือปฏิบัติวันมาฆบูชาในประเทศไทย

พิธีทำบุญวันมาฆบูชานี้ ไม่ปรากฎหลักฐานว่ามีมาในสมัยใด อย่างไรก็ตามในหนังสือ "พระราชพิธีสิบสองเดือน" อันเป็นบทพระราชนิพนธ์ของ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" มีเรื่องราวเกี่ยวกับการประกอบราชกุศลมาฆบูชาไว้ว่า

ประเทศไทยเริ่มกำหนดพิธีปฏิบัติในวันมาฆบูชาเป็นครั้งแรกในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งมีการประกอบพิธีเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2394 ในพระบรมมหาราชวังก่อน โดยมีพิธีพระราชกุศลในเวลาเช้า นมัสการพระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศวรวิหารและวัดราชประดิษฐ์จำนวน 30 รูป ฉันภัตตาหารในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

เมื่อถึงเวลาค่ำ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ออก ทรงจุดธูปเทียนนมัสการ พระสงฆ์ทำวัตรเย็นและสวดคาถาโอวาทปาติโมกข์ เมื่อสวดจบทรงจุดเทียน 1,250 เล่ม รอบพระอุโบสถ มีการประโคมอีกครั้งหนึ่งแล้วจึงมีการเทศนาโอวาทปาติโมกข์ 1 กัณฑ์เป็นทั้งเทศนาภาษาบาลี และภาษาไทย ส่วนเครื่องกัณฑ์ประกอบด้วยจีวรเนื้อดี 1 ผืน เงิน 3 ตำลึงและขนมต่างๆ เมื่อเทศนาจบ พระสงฆ์ 30 รูป สวดรับ

ในสมัยรัชกาลที่ 4 นั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกประกอบพิธีด้วยพระองค์เองทุกปี แต่มีการยกเว้นบ้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องจากบางครั้งตรงกับช่วงเสด็จประพาสก็จะทรงประกอบพิธีมาฆบูชาในสถานที่นั้นๆ ขึ้นอีกแห่ง นอกเหนือจากภายในพระบรมมหาราชวัง

ต่อมาการประกอบพิธีมาฆบูชาได้แพร่หลายออกไปภายนอกพระบรมมหาราชวัง และประกอบพิธีกันทั่วราชอาณาจักร ทางรัฐบาลจึงประกาศให้เป็นวันหยุดทางราชการด้วย เพื่อให้ประชาชนจากทุกสาขาอาชีพได้ไปวัด เพื่อทำบุญกุศลและประกอบกิจกรรมทางศาสนา

นอกจากนี้ในปี พ.ศ.2549 รัฐบาลไทยประกาศให้วันมาฆบูชา ให้เป็นวันกตัญญูแห่งชาติอีกด้วย

หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติ

หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติคือ "โอวาทปาติโมกข์" ซึ่งเป็นหลักคำสอนสำคัญอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา เพื่อไปสู่ความหลุดพ้น หลักธรรมประกอบด้วย หลักการ 3 อุดมการณ์ 4 และวิธีการ 6 ดังนี้

หลักการ 3 คือหลักคำสอนที่ควรปฏิบัติ ได้แก่

1.การไม่ทำบาปทั้งปวง คือ การลด ละ เลิก ทำบาปทั้งปวง อันได้แก่ อกุศลกรรมบถ 10 ซึ่งเป็นทางแห่งความชั่ว 10 ประการที่เป็นความชั่วทางกาย (การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิดในกาม) ทางวาจา (การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ) และทางใจ (การอยากได้สมบัติของผู้อื่น การผูกพยาบาท และความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม)

2.การทำกุศลให้ถึงพร้อม คือ การทำความดีทุกอย่างตาม กุศลกรรมบถ 10 ทั้งความดีทางกาย (ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้มาเป็นของตน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ประพฤติผิดในกาม) ความดีทางวาจา (ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดหยาบคาย ไม่พูดเพ้อเจ้อ) และความดีทางใจ (ไม่โลภอยากได้ของผู้อื่น มีความเมตตาปรารถนาดี มีความเข้าใจถูกต้องตามทำนองคลองธรรม)

3.การทำจิตใจให้ผ่องใส คือ ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หลุดจากนิวรณ์ที่คอยขัดขวางจิตใจไม่ให้เข้าถึงความสงบ ได้แก่ ความพอใจในกาม, ความพยาบาท, ความหดหู่ท้อแท้, ความฟุ้งซ่าน และความลังเลสงสัย

ซึ่งทั้ง 3 หลักการข้างต้น สามารถสรุปใจความสำคัญได้ว่า "ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์" นั่นเอง


อุดมการณ์ 4 ได้แก่

1.ความอดทน อดกลั้น คือ ไม่ทำบาปทั้งกาย วาจา ใจ
2.ความไม่เบียดเบียน คือ งดเว้นจากการทำร้าย หรือ เบียดเบียนผู้อื่น
3.ความสงบ ได้แก่ การปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย ทางวาจาและทางใจ
4.นิพพาน ได้แก่ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา


วิธีการ 6 ได้แก่

1.ไม่ว่าร้าย คือ ไม่กล่าวให้ร้าย โจมตีใคร
2.ไม่ทำร้าย คือ การไม่เบียดเบียนผู้อื่น
3.สำรวมในปาติโมกข์ คือ เคารพระเบียบวินัย กฎกติกา รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของสังคม
4.รู้จักประมาณ คือ รู้จักความพอดีในการบริโภค รวมทั้งการใช้สอยสิ่งต่างๆ
5.อยู่ในสถานที่สงัด คือ อยู่ในสถานที่ที่มีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
6.ฝึกหัดจิตใจให้สงบ คือ การฝึกหัดชำระจิตใจให้สงบ มีประสิทธิภาพที่ดี


กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันมาฆบูชา

การปฏิบัติตนสำหรับพุทธศาสนิกชนในวันมาฆบูชาคือ คือ ในตอนเช้า ควรไปทำบุญตักบาตร ไปวัดเพื่อฟังพระธรรมเทศนา หรือจัดสำรับคาวหวานไปทำบุญถวายภัตตาหาร ช่วงบ่ายฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา เจริญสมาธิภาวนา เมื่อถึงตอนค่ำ นำดอกไม้ ธูปเทียนไปเวียนเทียน 3 รอบที่พระอุโบสถ โดยการเวียนเทียนนั้นจะเวียนขวา จำนวน 3 รอบ และช่วงเวลาที่เดินอยู่นั้นให้ระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นอกจากนี้พุทธศาสนิกชนควรบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ตามสถานที่ต่างๆ และรักษาศีล สำหรับตามบ้านเรือน สถานที่ราชการ จะมีการประดับธงชาติ ธงธรรมจักร เพื่อระลึกถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

ประโยชน์ที่จะได้รับจากการจัดกิจกรรมในวันมาฆบูชา

พุทธศาสนิกชนจะมีความรู้ ความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับความสำคัญของวันมาฆบูชา รวมทั้งหลักธรรมต่างๆ ซึ่งจะทำให้เกิดความตระหนักต่อความสำคัญของพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะชาวพุทธ และยังเป็นการช่วยธำรงพระพุทธศาสนาให้สืบต่อไป



ประกาศกำหนดสมัยประชุมสามัญ ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๔ และกำหนดวันเริ่มประชุมสามัญ ประจำปี ๒๕๕๕ <04/02/54>

ในการประชุมสภาเทศบาลตำบลยางคราม สมัยสามัญประจำปีสมัยแรก เมื่อวันที่ 1 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔ ได้กำหนดสมัยประชุมสมัยสามัญประจำปี พ.ศ.๒๕๕๕ จำนวน ๔ สมัย ดังนี้
๑. กำหนดสมัยประชุมสามัญของสภาเทศบาลตำบลยางคราม เป็น ๔ สมัย ดังนี้
๑.๑. สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ ๑ ประจำปี ๒๕๕๔ มีกำหนด ๓๐ วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ - ๒ มีนาคม๒๕๕๔
๑๒ สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๔ มีกำหนด ๓๐ วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ - ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔
๑.๓. สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ ๓ ประจำปี ๒๕๕๔ มีกำหนด ๓๐ วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ - ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๔
๑.๔. สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ ๔ ประจำปี ๒๕๕๔ มีกำหนด ๓๐ วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ - ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
๒. สมัยสามัญประจำปี ๒๕๕๕
๒.๑. สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ ๑ ประจำปี ๒๕๕๕ มีกำหนด ๓๐ วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ - ๑ มีนาคม ๒๕๕๕

จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

ประกาศ ณ วันที่ ๔ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔

สุน พิมสาร
( นายสุน พิมสาร )
ประธานสภาเทศบาลตำบลยางคราม
 
     
หน้า   1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 12  


 
 
 
 
 
Copyright 2006-2018 โดย เทศบาลตําบลยางคราม - http://www.yangkham.go.th,
ที่ทำการเทศบาลตําบลยางคราม 271 ม.5 ต.ยางคราม อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ 50160
เว็บไซต์ออกแบบและพัฒนาโดย www.click2solutions.com
เริ่ม 12 ธันวาคม พ.ศ.2549