<<<<< “ เดี๋ยวนี้ไปที่ไหนหรือไปเยี่ยมประชาชนที่ใด เมื่อได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน ก็บอกว่าให้ไปร้องเรียนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ” พระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
 
ประวัติเทศบาล ข้อมูลทั่วไป
ประวัติหมู่บ้าน
โครงสร้างเทศบาล
อำนาจและหน้าที่ของเทศบาล
รายนามคณะผู้บริหาร
รายชื่อสมาชิกสภาเทศบาล
อัตรากำลังของเทศบาล
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
ยุทธศาสตร์การพัฒนา, แผนพัฒนา
สถิติรายได้
ประกาศ / คำสั่ง เทศบาลตำบลยางคราม
สภาเทศบาลตำบลยางคราม
งบประมาณรายจ่ายประจำปี
การโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี
การเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลยางคราม
สถานีอนามัยบ้านดอนชัย
หน่วยงานในพื้นที่
งานกฏหมายและคดี
เทศบัญญัติตำบลยางคราม
ว่าด้วยการเลี้ยงสัตว์และปล่อยสัตว์
ว่าด้วยควันไฟและฝุ่นละอองจากการเผา
ว่าด้วยการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย
ว่าด้วยการควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ว่าด้วยเรื่องตลาด
คุยกับนายกองค์การบริหารส่วน
ตำบลยางคราม
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
แผนที่องค์การบริหารส่วนตำบล
 
     

 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 

   

การลงทะเบียนผู้สูงอายุและผู้พิการ ปีงบประมาณ พ.ศ.2555 <03/11/53>

เทศบาลตำบลยางครามขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้สูงอายุที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณ 2555 (หรือผู้สูงอายุที่เกิดก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2494) และผู้พิการรายใหม่ที่ยังไม่เคยลงทะเบียนมาก่อนรวมถึงคนพิการที่ย้ายลำเนาเข้ามาใหม่ในเขตพื้นที่ มาลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิการรับเบี้ยยังชีพในปีงบประมาณ พ.ศ.2555 โดยเปิดรับลงทะเบียน ในระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2553 ณ สำนักงานเทศบาลตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันและเวลาราชการ โดยเตรียมเอกสารดังนี้คือ
1.ผู้สูงอายุ
1.1 บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายพร้อมสำเนา
1.2 ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา
1.3 สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารพร้อมสำเนา สำหรับกรณีที่ผู้ขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สุงอายุประสงค์ขอรับเงินเบี้ยยังชีพผ่านธนาคาร
2.ผู้พิการ
2.1 บัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ
2.2 ทะเบียนบ้าน
2.3 สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารสำหรับกรณีที่ผู้ขอรับเงินเบี้ยความพิการประสงค์ขอรับเงินเบี้ยความพิการผ่านธนาคาร
โดยผู้สูงอายุและผู้พิการที่ลงทะเบียนไว้จะมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 (เดือนตุลาคม 2554 ถึงเดือนกันยายน 2555 ในอัตราเดือนละ 500 บาท ภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน)



กำหนดการจัดการแข่งขันกีฬาชุมชนเทศบาลตำบลยางครามสัมพันธ์ ต่อต้านยาเสพติด ปีที่ ประจำปีงบประมาณ2554 <19/10/53>

ด้วยเทศบาลตำบลยางคราม จะดำเนินการจัดมหกรรมกีฬาชุมชนเทศบาลตำบลยางครามสัมพันธ์ ต่อต้านยาเสพติด ในระหว่างวันที่ 20 พฤศจิกายน - 19 ธันวาคม 2553 ณ สนามกีฬาเทศบาลตำบลยางคราม หมู่ที่ 5 บ้านดอนชัย โดยการแข่งขันประกอบด้วยกีฬาประเภทสากลได้แก่ 1. ฟุตบอลประชาชน จำนวน9 ทีม 2. ฟุตบอลยุวชนอายุไม่เกิน 14 ปี จำนวน 4 ทีม 3. วอลเลย์บอลชาย จำนวน 6 ทีม 4. วอลเลย์บอลหญิง จำนวน 6 ทีม 5. เซปัคตระกร้อ จำนวน 5 ทีม 6. เปตองทีมชาย จำนวน 11 ทีม 7. เปตองทีมหญิง จำนวน 10 ทีม จึงขอเชิญชวนร่วมชมและเชียร์ เป็นกำลังใจให้แก่นักกีฬาของหมู่บ้านท่าน ได้ตามวันและเวลา



สูจิบัตร การแข่งขันกีฬาชุมชนเทศบาลตำบลยางครามสัมพันธ์ 143_152_9999.doc (296 KB.)



ประชาสัมพันธ์กิจกรรมวันวิสาขบูชา 2553 <25/05/53>

วันวิสาขบูชา หรือ วิศาขบูชา (บาลี: วิสาขปูชา; อังกฤษ: Vesak) เป็น "วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล" ของชาวพุทธทุกนิกายทั่วโลก, วันหยุดราชการ ในหลายประเทศ และ วันสำคัญของโลก ตามมติเอกฉันท์ของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ[1] เพราะเป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา 3 เหตุการณ์ด้วยกัน คือ เป็นวันคล้ายวันประสูติ, ตรัสรู้ และปรินิพพาน แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยทั้งสามเหตุการณ์นั้นได้เกิดตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือในวันเพ็ญแห่งเดือนวิสาขมาส (ต่างปีกัน) ชาวพุทธจึงถือว่าเป็นวันที่รวมเกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ยิ่ง จึงเรียกการบูชาในวันนี้ว่า "วิสาขบูชา" ย่อมาจาก"วิสาขปูรณมีบูชา" แปลว่า "การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ" อันเป็นเดือนที่สองตามปฏิทินของอินเดีย ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งมักจะตรงกับเดือนพฤษภาคม หรือมิถุนายน โดยในประเทศไทย ถ้าในปีใดมีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 7 หลัง ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทอื่นที่ไม่ได้ถือคติตามปฏิทินจันทรคติของไทย จะจัดพิธีวิสาขบูชาในวันเพ็ญเดือน 6 แม้ในปีนั้นจะมีเดือน 8 สองหนตามปฏิทินจันทรคติไทยก็ตาม[2] และในกลุ่มชาวพุทธมหายานบางนิกาย ที่นับถือว่าเหตุการณ์ทั้ง 3 นั้น เกิดในวันต่างกันไป จะมีการจัดพิธีวิสาขบูชาต่างวันกันตามความเชื่อในนิกายของตน ๆ ซึ่งจะไม่ตรงกับวันวิสาขบูชาตามปฏิทินของชาวพุทธเถรวาท [3]

วันวิสาขบูชานั้น ได้รับการยกย่องจากพุทธศาสนิกชนทั่วโลกให้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล เนื่องจากเป็นวันที่บังเกิดเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ ที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้าและจุดเริ่มต้นของศาสนาพุทธ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดได้เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปีก่อน ณ ดินแดนที่เรียกว่าชมพูทวีปในสมัยพุทธกาล โดยเหตุการณ์แรก เมื่อ 80 ปี ก่อนพุทธศักราช เป็น "วันประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ" ณ ใต้ร่มสาละพฤกษ์ ในพระราชอุทยานลุมพินีวัน (อยู่ในเขตประเทศเนปาลในปัจจุบัน) และเหตุการณ์ต่อมา เมื่อ 45 ปี ก่อนพุทธศักราช เป็น "วันที่เจ้าชายสิทธัตถะได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ณ ใต้ร่มโพธิ์พฤกษ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม (อยู่ในเขตประเทศอินเดียในปัจจุบัน) และเหตุการณ์สุดท้าย เมื่อ 1 ปี ก่อนพุทธศักราช เป็น "วันเสด็จดับขันธปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ณ ใต้ร่มสาละพฤกษ์ ในสาลวโนทยาน พระราชอุทยานของเจ้ามัลละ เมืองกุสินารา (อยู่ในเขตประเทศอินเดียในปัจจุบัน) โดยเหตุการณ์ทั้งหมดล้วนเกิดตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 หรือเดือนวิสาขะนี้ทั้งสิ้น ชาวพุทธจึงนับถือว่าวันเพ็ญเดือน 6 นี้ เป็นวันที่รวมวันคล้ายวันเกิดเหตุการณ์สำคัญ ๆ ของพระพุทธเจ้าไว้มากที่สุด และได้นิยมประกอบพิธีบำเพ็ญบุญกุศลและประกอบพิธีพุทธบูชาต่าง ๆ เพื่อเป็นการถวายสักการะรำลึกถึงแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบมาจนปัจจุบัน

วิสาขบูชา มีการนับถือปฏิบัติกันในหลายประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาทั้งมหายานและเถรวาททุกนิกายมาช้านานแล้ว ในบางประเทศเรียกพิธีนี้ว่า "พุทธชยันตี" (Buddha Jayanti) เช่นใน อินเดีย และศรีลังกา ในปัจจุบันมีหลายประเทศที่ยกย่องให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดราชการ เช่น ประเทศอินเดีย, ประเทศไทย, ประเทศพม่า, ประเทศศรีลังกา, สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เป็นต้น (ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีสัดส่วนประชากรที่นับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทมากที่สุด) ในฝ่ายของประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ได้รับคติการปฏิบัติบูชาในวันวิสาขบูชามาจากลังกา (ประเทศศรีลังกา) ในประเทศไทยปรากฏหลักฐานว่ามีการจัดพิธีวิสาขบูชามาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

วันวิสาขบูชา ถือได้ว่าเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล เพราะชาวพุทธทุกนิกายจะพร้อมใจกันจัดพิธีพุทธบูชาในวันนี้พร้อมกันทั่วทั้งโลก[4] (ซึ่งไม่เหมือนวันมาฆบูชา และวันอาสาฬหบูชา ที่เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่นิยมนับถือกันเฉพาะในประเทศไทย, ลาว, และกัมพูชา) และด้วยเหตุนี้ ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติจึงยกย่องให้วันวิสาขบูชาเป็น "วันสำคัญสากลนานาชาติ (International Day)" หรือ "วันสำคัญของโลก" ตามคำประกาศของที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 54 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2542

ปัจจุบัน ประเทศไทยได้ประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดราชการ โดยพุทธศาสนิกชนทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์ และประชาชน จะมีการประกอบพิธีต่าง ๆ เช่น การตักบาตร การฟังพระธรรมเทศนา การเวียนเทียน เป็นต้น เพื่อเป็นการบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ดังกล่าว ที่ถือได้ว่าเป็นวันคล้ายวันที่ "ประสูติ" ของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาได้ "ตรัสรู้" เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงกอปรไปด้วย "พระบริสุทธิคุณ", "พระปัญญาคุณ" ผู้ซึ่งได้ทรงสั่งสอนประกาศพระสัจธรรม คือความจริงของโลกแก่พหูชนทั้งปวงโดย "พระมหากรุณาธิคุณ" จวบจนทรง "เสด็จดับขันธปรินิพพาน" ในวาระสุดท้าย ซึ่งทั้งสามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องในวันเพ็ญเดือน 6 ทั้งสิ้นนี้ ทำให้พระพุทธศาสนาได้บังเกิดและสืบต่อมาอย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน


กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติในวันวิสาขบูชา

ชาวพุทธในมาเลเซีย ถือดอกบัวสักการะเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในวันวิสาขบูชาวิกิซอร์ซ มีข้อมูลต้นฉบับเกี่ยวกับ:
บทสวดมนต์ บูชาพระรัตนตรัย คำแปลและทำนองสรภัญญะวิกิซอร์ซ มีข้อมูลต้นฉบับเกี่ยวกับ:
คำนำถวายดอกไม้ธูปเทียนวันวิสาขบูชาในวันวิสาขบูชานี้ ถือเป็นวันสำคัญยิ่งที่ชาวพุทธทั่วโลกจะมารวมกันจัดพิธีทำบุญใหญ่หรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อบำเพ็ญกุศลระลึกถึงพระพุทธเจ้า[4] ซึ่งในฐานะที่วันวิสาขบูชาได้รับการยกย่องให้เป็นวันสำคัญสากลของโลก เมื่อถึงวันวิสาขบูชา องค์การสหประชาชาติจะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อรำลึกถึงพระพุทธเจ้าด้วย เช่น สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีการอัญเชิญพระเจดีย์วิสาขบูชานุสรณ์ สกลโลกประกาศบูชาวันวิสาขะ (ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ) ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติเป็นการถาวร มาประดิษฐานให้ประชาชนสักการะบูชา เป็นต้น[45]

สำหรับในประเทศไทย นอกจากพุทธศาสนิกชนจะเข้าวัดบำเพ็ญบุญกุศลถือศีลฟังธรรมแล้ว ยังนิยมปล่อยนกปล่อยปลา และเวียนเทียนรอบพระอุโบสถในตอนค่ำเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาด้วย

วันวิสาขบูชา พุทธศาสนิกชนชาวไทยนิยมทำบุญตักบาตรในตอนเช้า และตลอดวันจะมีการบำเพ็ญบุญกุศลความดีอื่น ๆ เช่น ตั้งใจรักษาศีล 5 ศีล 8 งดเว้นการทำบาปทั้งปวง ทำบุญถวายสังฆทาน ให้อิสระทาน (ปล่อยนกปล่อยปลา) ฟังพระธรรมเทศนา และไปเวียนเทียนรอบโบสถ์ในเวลาเย็น[46]

โดยก่อนทำการเวียนเทียนพุทธศาสนิกชนควรร่วมกันกล่าวคำสวดมนต์และคำบูชาในวันวิสาขบูชา โดยปกติตามวัดต่าง ๆ จะจัดให้มีการทำวัตรสวดมนต์ก่อนทำการเวียนเทียน ซึ่งส่วนใหญ่นิยมทำการเวียนเทียนอย่างเป็นทางการ (โดยมีพระภิกษุสงฆ์นำเวียนเทียน) ในเวลาประมาณ 20 นาฬิกา โดยบทสวดมนต์ที่พระสงฆ์นิยมสวดในวันวิสาขบูชาก่อนทำการเวียนเทียนนิยมสวด (ทั้งบาลีและคำแปล) ตามลำดับดังนี้

บทบูชาพระรัตนตรัย (บทสวดบาลีที่ขึ้นต้นด้วย:อรหัง สัมมา ฯลฯ)
บทนมัสการนอบน้อมบูชาพระพุทธเจ้า (นะโม ฯลฯ ๓ จบ)
บทสรรเสริญพระพุทธคุณ (บทสวดบาลีที่ขึ้นต้นด้วย:อิติปิโส ฯลฯ)
บทสรรเสริญพระพุทธคุณ สวดทำนองสรภัญญะ (บทสวดสรภัญญะที่ขึ้นต้นด้วย:องค์ใดพระสัมพุทธ ฯลฯ)
บทสรรเสริญพระธรรมคุณ (บทสวดบาลีที่ขึ้นต้นด้วย:สวากขาโต ฯลฯ)
บทสรรเสริญพระธรรมคุณ สวดทำนองสรภัญญะ (บทสวดสรภัญญะที่ขึ้นต้นด้วย:ธรรมมะคือ คุณากร ฯลฯ)
บทสรรเสริญพระสังฆคุณ (บทสวดบาลีที่ขึ้นต้นด้วย:สุปฏิปันโน ฯลฯ)
บทสรรเสริญพระสังฆคุณ สวดทำนองสรภัญญะ (บทสวดสรภัญญะที่ขึ้นต้นด้วย:สงฆ์ใดสาวกศาสดา ฯลฯ)
บทสวดบูชาเนื่องในวันวิสาขบูชา (บทสวดบาลีที่ขึ้นต้นด้วย:ยะมัมหะ โข ฯลฯ) [47]
จากนั้นจุดธูปเทียนและถือดอกไม้เป็นเครื่องสักการะบูชาในมือ แล้วเดินเวียนรอบปูชนียสถาน 3 รอบ โดยขณะที่เดินนั้นพึงตั้งจิตให้สงบ พร้อมสวดระลึกถึงพระพุทธคุณ ด้วยการสวดบทอิติปิโส (รอบที่หนึ่ง) ระลึกถึงพระธรรมคุณ ด้วยการสวดสวากขาโต (รอบที่สอง) และระลึกถึงพระสังฆคุณ ด้วยการสวดสุปะฏิปันโน (รอบที่สาม) จนกว่าจะเวียนจบ 3 รอบ จากนั้นนำธูปเทียนดอกไม้ไปบูชาตามปูชนียสถานจึงเป็นอันเสร็จพิธี


เทศบาลตำบลยางคราม ขอความร่วมมือ ถือปฏิบัติเนื่องในวันวิสาขบูชา 53
1. ประดับธงชาติธงศาสนา ตามอาคารบ้านเรือน หน่วยงาน สถานศึกษา
2. ขอความร่วมมือร้านค้า งดการจำหน่ายเครื่องดองของเมาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
3. เชิญชวนร่วมทำบุญตักบาตร ฟังธรรม รักษาศีล ประกอบพิธีเวียนเทียนที่วัดใกล้บ้าน



ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลยางคราม และนายกเทศมนตรีตำบลยางคราม <27/01/53>

เทศบาลตำบลยางคราม จะได้จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลยางคราม และนายกเทศมนตรีตำบลยางคราม กรณีครบวาระ โดยกำหนดวันเลือกตั้ง คือ วันอาทิตย์ ที่ 7 มีนาคม 2553

กำหนดวันรับสมัครสมาชิกสภาเทศบาลตำบลยางคราม และนายกเทศมนตรีตำบลยางคราม ระหว่างวันที่ 1-5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 08.30 น. ถึงเวลา 16.30 น. ณ อาคารเอนกประสงค์สำนักงานเทศบาลตำบลยางคราม



คุณสมบัติผู้สมัคร สมาชิกสภาเทศบาล และ นายกเทศมนตรี 130_121_99999.doc (42 KB.)
ประกาศผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ เทศบาลตำบลยางคราม เรื่อง ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลยางคราม 130_122_sr1.doc (40 KB.)
ประกาศผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ เทศบาลตำบลยางคราม เรื่อง ให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลยางคราม 130_123_pr1.doc (39 KB.)



ประชาสัมพันธ์โครงการจัดสวัสดิการเบี้ยความพิการและจัดทำบัตรประจำตัวคนพิการ <01/12/52>

ด้วยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแจ้งว่า รัฐบาลมีนโยบายที่จะดำเนินโครงการจัดสวัสดิการเบี้ยความพิการให้แก่คนพิการ เพื่อให้สามารถเข้าถึงสวัสดิการและความช่วยเหลือของรัฐอย่างทั่วถึง ตลอดจนสามารถเบิกจ่ายเบี้ยความพิการให้แก่คนพิการภายในเดือนเมษายน 2553 ดังนั้น
เทศบาลตำบลยางคราม จึงขอประชาสัมพันธ์ให้คนพิการที่ยังไม่ได้จดทะเบียนคนพิการไปดำเนินการจดทะเบียนคนพิการ ณ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ และยื่นความจำนงขึ้นทะเบียนรับเงินเบี้ยความพิการ ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2552 - 30 มกราคม 2553 ในวันและเวลาราชการ ณ สำนักงานเทศบาลตำบลยางคราม โดยคนพิการต้องนำหลักฐานเอกสารแสดงตนดังนี้คือ
1) บัตรประจำตัวคนพิการ
2) สำเนาทะเบียนบ้าน
3) สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร ในกรณีที่ประสงค์ขอรับเงินผ่านธนาคาร



การจัดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 5 ธันวามหาราช <16/11/52>

เทศบาลตำบลยางคราม จัดงานเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวามหาราช ในระหว่างวันที่ 4 - 5 ธันวาคม 2552 จึงขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยร่วมแสดงความจงรักภักดีในวันและเวลาดังกล่าวโดยมีกิจกรรมดังต่อไปนี้
วันที่ 4 ธันวาคม 2552
- กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ทุกหมู่บ้าน จำนวน 11 หมู่บ้าน
- กิจกรรม 5 ส. เฉลิมพระเกียรติ

วันที่ 5 ธันวาคม 2552
- ช่วงเช้า กิจกรรมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์,กิจกรรมถวายพระพรชัยมงคล จากพสกนิกรทุกหมู่เหล่า
- ช่วงเย็น กิจกรรมจุดเทียนชัยถวายพระพร,จุดพลุ,ปล่อยโคมลอย 999 ลูก เฉลิมพระเกียรติ ,ประกวดพ่อดีเด่น,และมหรสพสมโภชน์ ตลอดทั้งคืน



การลงทะเบียนและยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ปีงบประมาณ 2554 <16/11/52>

ด้วยกระทรวงมหาดไทย ได้มีประกาศระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2552 ประกาศเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2552 โดยให้ยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพื่อเป็นข้อมูลในการประมาณการงบประมาณ ปีงบประมาณ 2554 นั้น
ดังนั้น เทศบาลตำบลยางคราม จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2493 (ผู้ที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2553) มายื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุด้วยตนเอง ณ สำนักงานเทศบาลตำบลยางคราม ตั้งแต่วันที่ 16 - 30 พฤศจิกายน 2552 ในวันและเวลาราชการ โดยมีเอกสารหลักฐานดังนี้คือ
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารพร้อมสำเนา สำหรับกรณีที่ผู้ขอรับเงินเบี้ยยังฃีพผู้สูงอายุประสงค์ขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุผ่านธนาคาร
ในกรณีที่มีความจำเป็นผู้สูงอายุที่ไม่สามารถมาลงทะเบียนด้วยตนเองได้ อาจมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทนก็ได้



จัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลยางครามเป็นเทศบาลตำบลยางคราม <09/11/52>

ประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง จัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเทศบาลตำบลยางคราม
โดยที่กระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วเห็นว่า องค์การบริหารส่วนตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ มีสภาพเหมาะสม สมควรให้จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบล โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2546 และมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเทศบาลตำบลยางคราม
องค์การบริหารส่วนตำบลที่ได้รับการจัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลตามประกาศนี้มีแนวเขตตามคำบรรยายแนวเขตและแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทย และพ้นสภาพแห่งการเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล รวมทั้งให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสิ้นสุดลงและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพ้นจากตำแหน่งนับตั้งแต่วันที่ได้มีประกาศนี้จัดตั้งขึ้นเป็นเทศบาลตำบลเป็นต้นไป บรรดางบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิ สิทธิเรียกร้อง หนี้ พนักงานส่วนตำบลและลูกจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลโอนไปเป็นของเทศบาลตำบลที่จัดตั้งขึ้น และบรรดาข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลที่ได้ใช้บังคับในเรื่องใดอยู่ก่อนแล้ว คงใช้บังคับได้ต่อไป จนกว่าจะได้มีการตราเทศบัญญัติในเรื่องนั้นขึ้นใหม่ ตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญํติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2546
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2552

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์
(นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์)
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 
     
หน้า   1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10 11 12  


 
 
 
 
 
Copyright 2006-2017 โดย เทศบาลตําบลยางคราม - http://www.yangkham.go.th,
ที่ทำการเทศบาลตําบลยางคราม 271 ม.5 ต.ยางคราม อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ 50160
เว็บไซต์ออกแบบและพัฒนาโดย www.click2solutions.com
เริ่ม 12 ธันวาคม พ.ศ.2549