<<<<< “ เดี๋ยวนี้ไปที่ไหนหรือไปเยี่ยมประชาชนที่ใด เมื่อได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน ก็บอกว่าให้ไปร้องเรียนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ” พระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
 
ประวัติเทศบาล ข้อมูลทั่วไป
ประวัติหมู่บ้าน
โครงสร้างเทศบาล
อำนาจและหน้าที่ของเทศบาล
รายนามคณะผู้บริหาร
รายชื่อสมาชิกสภาเทศบาล
อัตรากำลังของเทศบาล
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
ยุทธศาสตร์การพัฒนา, แผนพัฒนา
สถิติรายได้
ประกาศ / คำสั่ง เทศบาลตำบลยางคราม
สภาเทศบาลตำบลยางคราม
งบประมาณรายจ่ายประจำปี
การโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี
การเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลยางคราม
สถานีอนามัยบ้านดอนชัย
หน่วยงานในพื้นที่
งานกฏหมายและคดี
เทศบัญญัติตำบลยางคราม
ว่าด้วยการเลี้ยงสัตว์และปล่อยสัตว์
ว่าด้วยควันไฟและฝุ่นละอองจากการเผา
ว่าด้วยการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย
ว่าด้วยการควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ว่าด้วยเรื่องตลาด
คุยกับนายกองค์การบริหารส่วน
ตำบลยางคราม
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
แผนที่องค์การบริหารส่วนตำบล
 
     

 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 

   

อบต.ยางคราม ขอเชิญชวนประชานในตำบลยางครามร่วมการจัดทำเวทีประชาคมเพื่อเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นเทศบาลตำบล <13/11/51>

ในระหว่างวันที่ 7 - 28 พฤศจิกายน 2551 องค์การบริหารส่วนตำบลยางคราม นำโดยท่านนายกถนอม กรรมใจ และท่านปลัดสายันห์ พรมมาแบน นำคณะไปยังหมู่บ้านทุกหมู่บ้านในตำบลยางคราม เพื่อจัดทำเวทีประชาคมเพื่อเปลี่ยนแปลงฐานะจากองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นเทศบาลตำบล โดยในการออกทำประชาคมให้ทุกส่วนฝ่ายของ อบต.ยางคราม ได้พบปะพี่น้องและรายงานการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านมาในปีงบประมาณ 2551



ความเชื่อเกื่ยวกับวันลอยกระทง <12/11/51>

- เป็นการขอขมาพระแม่คงคา ที่มนุษย์ได้ใช้น้ำ ได้ดื่มกินน้ำ รวมไปถึงการทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในแม่น้ำ

- เป็นการสักการะรอยพระพุทธบาท ที่พระพุทธเจ้าทรงได้ประทับรอยพระบาทไว้หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ในประเทศอินเดีย

- เป็นการลอยความทุกข์ ความโศกรวมถึงโรคภัยต่างๆ ให้ลอยไปกับแม่น้ำ

- ชาวไทยในภาคเหนือมีความเชื่อว่า การลอยกระทงเป็นการบูชาพระอุปคุต ตามตำนานเล่าว่า พระอุปคุตทรงสามารถปราบพญามารได้

ประวัติวันลอยกระทง



นางนพมาศ สนมเอกของพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย คิดทำกระทงรูปดอกบัว และรูปต่างๆถวาย พระร่วงทรงให้ลอยกระทงตามสายน้ำไหล ในหนังสือ ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระร่วงตรัสว่า "แต่นี่สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอย เป็นรูปดอกบัวอุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมฆทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน"

ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีการทำกระทงขนาดใหญ่และสวยงาม ดังพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ของเจ้าพระยาทิพาราชวงศ์

กล่าวไว้ว่า "ครั้นมาถึงเดือน 12 ขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ แรมค่ำหนึ่งพิธีจองเปรียงนั้น เดิมได้โปรดให้ขอแรง พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า ฝ่ายใน และข้าราชการที่มีกำลังพาหนะมาทำกระทงใหญ่ ผู้ถูกเกณฑ์ต่อเป็นถังบ้าง ทำเป็นแพหยวกบ้าง กว้าง 8 ศอกบ้าง 9 ศอกบ้าง กระทงสูงตลอดยอด 10 ศอก 11 ศอก ทำประกวดประขันกันต่างๆ ทำอย่างเขาพระสุเมรุทวีปทั้ง 4 บ้าง และทำเป็นกระจาดชั้นๆบ้าง วิจิตรไปด้วยเครื่องสด คนทำก็นับร้อย คิดในการลงทุนทำกระทงทั้งค่าเลี้ยงคนและพระช่าง เบ็ดเสร็จก็ถึง 20 ชั่งบ้าง ย่อมกว่า 20 ชั่งบ้าง" ปัจจุบันประเพณีลอยกระทง มีการจัดงานกันแทบทุกจังหวัด ถือเป็นงานประจำปีที่สำคัญ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่มีการจัดขบวนแห่กระทงใหญ่ กระทงเล็ก มีการประกวดกระทง และประกวดธิดางามประจำกระทงด้วย ส่วนการลอยโคม ชาวบ้านทางภาคเหนือและภาคอีสานยังนิยมทำกัน ชาวบ้านจะนำกระดาษ มาทำเป็นโคมขนาดใหญ่สีต่างๆ ถ้าลอยตอนกลางวัน จะทำให้โคมลอยโดยใช้ควันไฟ ถ้าเป็นเวลากลางคืน ก็จะใช้คบจุดที่ปากโคม ให้ควันพุ่งเข้าในโคม ทำให้ลอยไปตามกระแสลมหนาว เวลากลางคืนแลเห็นแสงไฟโคมบนท้องฟ้า พร้อมกับแสงจันทร์และดวงดาวสวยงามมากทีเดียว


ตำนาน เรื่องเล่า

ประเพณีลอยกระทงนั้นมีมาแต่โบราณ โดยมีคติความเชื่อหลายอย่าง เช่น เชื่อว่าเป็นการบูชาและขอขมาแม่พระคงคา เป็นการสะเดาะเคราะห์ เป็นการบูชาพระเจ้าในศาสนาพราหมณ์ หรือเป็นการบูชารอยพระพุทธบาท เป็นต้น การลอยกระทงนิยมทำกันในวันเพ็ญ เดือน 12 ของทุก ๆ ปี อันเป็นช่วงที่น้ำในแม่น้ำลำคลองขึ้นสูงและอากาศเริ่มเย็นลง ตามพระราชนิพนธ์พระราชพิธีสิบสองเดือน และตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ได้กล่าวว่า นางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระสนมเอกในพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัย เป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์กระทงสำหรับลอยประทีปเป็นรูปดอกบัวบานขึ้น ซึ่งคนทั่วไปนิยมทำตามสืบต่อมา นอกจากนั้นในศิลาจารึกหลักที่ 1 ยังได้กล่าวถึง งานเผาเทียน เล่นไฟ ของกรุงสุโขทัยไว้ด้วยว่า เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้ผู้รู้ทั้งหลายสันนิษฐานต้องตรงกันว่า งานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทงอย่างแน่นอน




เพลงวันลอยกระทง



วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง
เราทั้งหลายชายหญิง
สนุกกันจริง วันลอยกระทง
ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง
ลอยกระทงกันแล้ว
ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง

รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง
บุญจะส่งให้เราสุขใจ บุญจะส่งให้เราสุขใจ

วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง
เราทั้งหลายชายหญิง
สนุกกันจริง วันลอยกระทง

ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง
ลอยกระทงกันแล้ว
ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง

รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง
บุญจะส่งให้เราสุขใจ บุญจะส่งให้เราสุขใจ



และขอให้ทุกท่านลอยกระทงอย่างมีสติและไม่ประมาทในการลอยกระทงและจุดโคมลอย / ผางประทีป / เทียน เพราะอาจทำให้เกิดไฟลุกไหม้ได้นะครับ ด้วยความปรารถนาดีจาก องค์การบริหารส่วนตำบลยางคราม

...วันลอยกระทง 12 พฤศจิกายน 2551 นี้อย่าลืมไปลอยกระทงกันนะครับ.....



ขอเชิญเที่ยวงานของดีดอยหล่อ ครั้งที่ 9 ประจำปี 2551 <11/09/51>

ด้วยอำเภอดอยหล่อ ร่วมกับหน่วยราชการและเอกชน ร่วมกันจัดงานของดีดอยหล่อ ครั้งที่ 9 ประจำปี 2551 ระหว่างวันที่ 9 - 13 กันยายน พ.ศ. 2551 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอดอยหล่อ โดยพิธีเปิดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์



วันแม่แห่งชาติ 2551 <12/08/51>

ตรงกับวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยริเริ่มเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2519 โดยคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จนถึงปัจจุบัน



สัญลักษณ์ที่ใช้ในวันแม่คือ ดอกมะลิ ซึ่งมีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย

ความเป็นมาของวันแม่แห่งชาติในประเทศไทย


งานวันแม่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ.สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไป เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง ต่อมาวันแม่ที่รัฐบาลรับรอง คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 แต่ก็ต้องหยุดลงอีกในหลายปีต่อมา เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป ส่งผลให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน



ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้จัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวเท่านั้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ให้เป็นวันที่แน่นอน โดยถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และกำหนดให้ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ คือ ดอกมะลิ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันแม่แห่งชาติ


ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
การประดับไฟเฉลิมพระเกียรติ และประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน
จัดกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับวันแม่ เช่น การจัดนิทรรศการ การแสดง การประกวดต่างๆ เพื่อรำลึกถึงพระคุณของแม่
การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำบุญใส่บาตรอุทิศส่วนกุศล
นำพวงมาลัยดอกมะลิไปกราบขอพรจากแม่

วันแม่ปีนี้...คุณอยู่ที่ไหนกัน??


วันแม่ปีนี้ถ้าคุณ...
อยู่บ้านตัวเอง...ก็อย่าลืมไหว้แม่ตัวเองนะ ถ้าไม่ไหว้ก็เข้าไปกอดแม่บ้าง ถ้าแสดงออกไม่เป็น ก็ไม่ต้องทำไรเลย ไม่ต้องมีพวงมาลัยหรือของขวัญอะไรหรอก แค่มีคุณอยู่ที่บ้าน แม่คุณก็มีความสุขมากแล้ว

วันแม่ปีนี้ถ้าคุณ...
อยู่บ้านแฟน...ก็อย่าลืมไหว้แม่แฟน แล้วรีบกลับไปไหว้แม่ของคุณด้วย ขนาดแม่แฟนคุณยังทำได้ แล้วแม่ของคุณเองล่ะ จะทำไม่ได้เชียวหรอ ถ้าแสดงออกไม่เป็น ก็อย่างที่บอกไปตอนแรก ขอแค่ให้คุณรีบกลับบ้านไปหาแม่ แค่มีคุณอยู่ที่บ้าน แม่คุณก็มีความสุขมากแล้ว

วันแม่ปีนี้ถ้าคุณ...
อยู่บ้านเพื่อน...ก็อย่าลืมไหว้แม่เพื่อนของคุณ แล้วรีบกลับไปไหว้แม่ของคุณด้วย ลองคิดดูสิ บางทีเพื่อนของคุณอาจจะอยากที่จะอยู่กับแม่ของเค้าแบบภายในครอบครัว ไม่มีคนอื่น หรือ เพื่อนรักอย่างคุณอยู่ด้วยก็ได้ แม่ของคุณก็คงเหมือนกัน แต่ถ้าเพื่อนคุณมาอยู่ที่บ้านคุณ แล้วมันไม่กลับไปหาแม่มัน ก็ปล่อยมันเหอะ ขอแค่ให้คุณรีบกลับบ้านไปหาแม่ ขอแค่คุณอยู่ที่บ้านคุณเอง แม่คุณก็มีความสุขมากแล้ว

วันแม่ปีนี้ถ้าคุณ...
อยู่สถานที่เที่ยว...อาจจะเป็นต่างจังหวัด คุณน่าจะพาแม่คุณไปด้วยนะ เพราะอย่างน้อย ๆ คนที่ทำงานแล้วคงหาวันหยุดได้ยาก อย่างน้อยนี่คือวันหยุดที่เราควรให้ความสำคัญ เพราะมันไม่ใช่แค่วันหยุดประจำสัปดาห์ แต่มันคือวันแม่แห่งชาติ เชียวนะ อย่าลืมที่จะพาแม่ของคุณไปด้วยนะ


วันแม่ปีนี้ถ้าคุณ...
อยู่บ้านคนเดียว...โดยที่ไม่มีแม่แล้ว ก็ขอให้คิดว่า แม่ยังอยู่ใกล้ ๆ คุณเสมอ แม่ยังอยู่ในใจของคุณ แต่สำหรับบางคนที่ยังมีแม่อยู่ แต่ไม่สามารถกลับไปอยู่ใกล้ ๆ ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม คุณยังมีโทรศัพท์นะ โทร.หาท่านหน่อยก็ดีนะ ว่ามั้ย หรือ จะส่งเป็นจดหมาย เป็นโปสการ์ด หรือ เป็นอะไรก็ได้ตามแต่คุณจะคิดและสร้างสรรค์ แม่คุณคงดีใจไม่น้อยเลยล่ะ


**แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็อย่าลืม พ่อด้วยล่ะ เดี๋ยวท่านจะน้อยใจ แล้วสำหรับบางคนที่มีแม่มากกว่าหนึ่ง ก็อย่าลืมทุกแม่ของคุณเลยนะ เพราะอย่างน้อย ๆ เค้าก็มีสรรพนามคำนำหน้าว่า แม่ เหมือนกัน




ครม.มีมติให้วันเข้าพรรษาเป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติ <09/07/51>

เมื่อเวลา 14.00.น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ยื่นหนังสือให้ ครม.พิจารณาวันออกพรรษาเป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติ เพราะที่ผ่านมามีจำนวนผู้ดื่มสุรามากขึ้นทุกปี ครม.ได้พิจารณาแล้วจึงเห็นชอบตามที่มีผู้เสนอเรื่องเข้ามา ซึ่งมติดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่18 ก.ค. นี้เป็นต้นไป



ขอแสดงความเสียใจแก่ประชาชนประเทศพม่า และประเทศจีนที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ <15/05/51>

ขณะที่ชาวพม่ายังต้องทนทุกข์ทรมานและยากแค้นลำเค็ญ จากความอดอยากหิวโหยและไร้ที่อยู่อาศัย

เพราะผลพวงจากพิษพายุไซโคลน “นาร์กีส” ที่พัดถล่มพม่าเมื่อ 2 พ.ค. กลืนชีวิตผู้คนไปหลายหมื่นศพ และยังหายสาบสูญอีกนับหมื่นคน ซึ่งนับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรงของแผ่นดินลุ่มน้ำอิระวดีนั้น มีรายงานว่า ชาวพม่าอาจต้องประสบกับหายนภัยอีกระลอก เมื่อมีพายุลูกใหม่ก่อตัวในมหาสมุทรอินเดียเมื่อ 14 พ.ค. และกำลังมุ่งหน้าขึ้นฝั่งพม่า โดยอาจทวีกำลังแรงเป็นพายุไซโคลนภายใน 24 ชั่วโมง

นางอะมานด้า พิตต์ โฆษกองค์กรความช่วยเหลือจากต่างชาติ สำนักงานในกรุงเทพฯ

กล่าวอ้างรายงาน ของศูนย์เตือนภัยร่วมพายุไต้ฝุ่น หรือเจดีดับเบิลยูซี หน่วยงานย่อยของศูนย์อุตุนิยมวิทยาของสหประชาชาติ ระบุว่า พายุไซโคลนลูกที่ 2 กำลังก่อตัวกลางทะเลนอกชายฝั่งทางภาคใต้ของพม่า โดยขณะรายงานข่าว (ช่วงบ่ายวันที่ 14 พ.ค.) พายุลูกดังกล่าวยังเป็นพายุโซนร้อน ก่อตัวอยู่ห่างจากชายฝั่งกรุงย่างกุ้ง ลงไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 30 ไมล์ทะเล แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าพายุอาจทวีกำลังแรงขึ้นเป็นไซโคลนหรือไม่และเมื่อไหร่

หากสถานการณ์เลวร้ายเช่นนั้นเกิดขึ้น จะยิ่งกระทบถึงภารกิจความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส

ซึ่งคาดว่าคร่าชีวิตผู้คนและมีผู้สูญหายราว 100,000 คน ขณะที่ผู้รอดชีวิตอีกราว 2 ล้านคน ยังรอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างมีความหวัง แม้ว่าความช่วยเหลือส่วนใหญ่ยังไม่ถึงมือชาวบ้าน ซึ่งนอกจากชาวบ้านต้องเผชิญ สภาพอากาศ ฝนตกหนักเกือบตลอดทั้งวันทั้งคืน แต่ยังพอประทังชีวิตได้ ด้วยการรองน้ำฝนดื่มและอาศัยอาหารปันส่วนที่มีอยู่เพียงน้อยนิด

ส่วนประเทศจีนต้องระทมทุกข์ไม่แพ้กัน
"ซินหัว" รายงานยอดเหยื่อแผ่นดินไหวในเสฉวน ล่าสุดพุ่งเกือบ 12,000 ราย สูญหายอีกกว่า 18,000 คน คาดยังอยู่ใต้ซากตึกอีกเพียบ ขณะที่อีกด้านของจีนยังคงมีพิธีวิ่งไฟโอลิมปิกอย่างต่อเนื่อง เผยเส้นทางจะวิ่งผ่าน "เฉินตู" เมืองศูนย์กลางธรณีพิบัติกลางเดือนหน้า



วันนี้ (13พ.ค.) เมื่อเวลา 18.10น. สำนักข่าวซินหัว ของทางการจีน

รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว 7.9 ริกเตอร์ ในมณฑลเสฉวน วานนี้ ว่า ล่าสุดมีถึง 11,921 รายแล้ว ขณะที่ยอดผู้สูญหายมากกว่า 18,000 คน อาคารที่พักอาศัยพังทลายไปแล้วกว่า 500,000 หลัง ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยต่างกำลังเร่งกู้ซากปรักหักพังอย่างเร่งด่วน ซึ่งคาดว่าจะพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก


อีกด้านหนึ่งของจีน ที่มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ

ยังคงมีพิธีวิ่งไฟคบเพลิงโอลิมปิกตลอดวันนี้ โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อเวลา 08.12 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 07.12 น. ตามเวลาในไทย โดยการวิ่งไฟคบเพลิงมีขึ้นที่เมืองหลงเอี้ยน ทางตะวันตกของมณฑลฝูเจี้ยน โดยให้ จาง เซียงเซียง นักกีฬายกน้ำหนักเหรียญทองโอลิมปิก เป็นผู้วิ่งถือไฟคบเพลิงคนแรก ขณะที่วันพรุ่งนี้ พิธีวิ่งไฟคบเพลิงโอลิมปิกจะไปจัดที่มณฑลเจียงซี จากนั้นก็จะตระเวนไปอีกหลายมณฑล ก่อนจะวิ่งผ่านมณฑลเสฉวน ซึ่งจีนมีแผนจะให้ไฟคบเพลิงโอลิมปิกวิ่งผ่านเมืองเฉินตู เมืองเอกของมณฑลเสฉวน เป็นจุดศูนย์กลางของเหตุแผ่นดินไหวในวันที่ 18 มิ.ย.






นางสงกรานต์ ตำนาน การพยากรณ์ <11/04/51>

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาลสงกรานต์ประเพณีงดงามของไทยที่เปี่ยมด้วยสาระความหมาย

ทุกปีเมื่อวันสงกรานต์ซึ่งมีช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่องมาถึง นอกจากบรรยากาศการเดินทางกลับบ้านคืนภูมิลำเนา รดน้ำเยี่ยมเยือนญาติผู้ใหญ่ รวมถึงสีสันการเล่นน้ำเปียกปอนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ยังมีการกล่าวถึง นางสงกรานต์ ซึ่งเป็นคติความเชื่อในตำนานสงกรานต์รวมอยู่ด้วย

สำหรับปีนี้ วันสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ไทยตรงกับวันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน นางสงกรานต์จึงทรงนาม ทุงสะเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกทับทิม อาภรณ์แก้วปัทมราค ภักษา หารอุทุมพร (ผลมะเดื่อ) พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เสด็จนั่งมาเหนือหลังครุฑ เป็นพาหนะ

นางสงกรานต์ เป็นคติความเชื่ออยู่ในตำนานสงกรานต์

ซึ่งรัชกาลที่ 3 ให้จารึกลงในแผ่นศิลาติดไว้ที่วัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เป็นเรื่องเล่าถึงความเป็นมาของประเพณีเป็นอุบายเพื่อให้ผู้ ไม่รู้หนังสือได้รู้ว่า วันมหาสงกรานต์ ตรงกับวันเวลาใด โดยในวันนี้จะเป็นวันที่พระอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษ ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามสุริยคติ ซึ่งสมมุติผ่านนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดเทียบกับแต่ละวันในสัปดาห์

ตามตำนานนางสงกรานต์

เป็นธิดาทั้ง 7 ของท้าวกบิลพรหมและจากที่เล่าขานต่อกันมาเป็นที่ทราบกันถึงเรื่องการตอบปริศนาสามข้อที่ว่าเช้า เที่ยง ค่ำ ราศีอยู่ที่ใดของมานพหนุ่มกับท้าวกบิลพรหม ซึ่งผู้ที่พ่ายแพ้จะต้องถูกตัดศีรษะ เมื่อธรรมบาลกุมารสามารถตอบปริศนาได้ ท้าวกบิลพรหมจึง ถูกตัดศีรษะและจากตำนานเล่าว่าหากศีรษะตั้งไว้ในแผ่นดินไฟจะไหม้ ทิ้งในอากาศฝนก็จะแล้งและหากทิ้งในมหาสมุทรน้ำจะแห้ง ธิดาทั้งเจ็ดจึงนำพานมารองอัญเชิญประดิษฐานไว้ที่มณฑปถ้ำคันธุลีเขาไกรลาส ครั้นถึง 365 วัน ซึ่งโลกสมมุติเป็นปีหนึ่งเวียนมาถึง ในวันมหาสงกรานต์ เทพธิดาทั้งเจ็ดจะทรงพาหนะต่าง ๆ ผลัดกันเชิญพระเศียรบิดาออกแห่ เทพธิดาที่ปรากฏในวันมหาสงกรานต์จึงได้ชื่อว่า นางสงกรานต์








นางสงกรานต์แต่ละวันจะมีนาม มีอาหาร อาวุธและสัตว์ที่เป็นพาหนะต่างกัน

อ.สุจริต บัวพิมพ์ นักวัฒนธรรมอาวุโส อดีตผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการถ่ายทอดวัฒนธรรม สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติบอกเล่าพร้อมให้ความรู้ถึงความ เกี่ยวเนื่องกับประเพณีสงกรานต์ว่า การประกอบอาชีพ เกษตรกรรมที่ต้องอาศัยฝน ตำนานสงกรานต์เป็นคติความเชื่อเป็นโบราณอุบายที่มีความหมาย อีกทั้งการพยากรณ์ยังเป็นเสมือนคำเตือนให้ดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท

“ตำนานสงกรานต์แฝงไว้ด้วยกุศโลบายแยบยลเป็น โบราณอุบายที่น่าศึกษา อย่างในเรื่องความกตัญญูแสดงให้เห็นชัดเจนและจากตำนานความเชื่อนางสงกรานต์ได้ถ่ายโอนมายังโลกมนุษย์ ซึ่งในแก่นแท้ของประเพณีสงกรานต์นั้นมีความงดงาม เอื้ออาทรเต็มไปด้วยบรรยากาศความกตัญญู ระลึกนึกถึงญาติผู้ใหญ่ การให้ ทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลแก่ ญาติผู้ล่วงลับ บรรยากาศความอบอุ่นของครอบครัว อีกทั้งความสนุกสนานสะท้อนถึงความเป็นไทยโดยมีน้ำเป็นสื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี”

จากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมซึ่งพอปีหนึ่งเมื่อสงกรานต์มาถึงก็จะมีการรอประกาศสงกรานต์ รอดูฤกษ์งามยามดี ซึ่งในประกาศสงกรานต์จะบอกถึงวันมงคล วันที่ไม่ควรปฏิบัติและจากตำนานความเชื่อเกี่ยวกับนางสงกรานต์ อย่างที่กล่าวนางสงกรานต์ประจำแต่ละวันจะมีนาม อาหาร อาวุธ พาหนะรวมทั้งมีอิริยาบถที่ต่าง กันไป อย่างเชื่อกันว่าหากอิริยาบถของนางสงกรานต์ ยืนมา จะเกิดความเดือดร้อนเจ็บไข้ นั่งมา จะเกิดความเจ็บไข้ผู้คนล้มตาย เกิดเหตุเภทภัยต่าง ๆ หาก นอนลืมตา ประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุข นอนหลับตา พระมหากษัตริย์จะรุ่งเรืองดี นอกจากนี้ยังมีคำทำนายเกี่ยวกับวันมหาสง กรานต์ วันเนาและวันเถลิงศก อย่างถ้าวันอาทิตย์ เป็นวันมหาสงกรานต์ ปีนั้นพืชพันธุ์ธัญญา หารไม่สู้จะงอกงาม แต่หากวันศุกร์เป็นวันมหาสงกรานต์ พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์ ฝนชุก พายุพัดแรงผู้คนจะเป็นโรคตา เจ็บไข้มาก เป็นต้น

“การพยากรณ์ถือได้ว่าเป็นการช่วยเตือนเป็นการคำนวณทางโหราศาสตร์ที่เป็นสถิติอย่างหนึ่งซึ่งอาจจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้น ก็ได้ แต่การฟังโบราณไว้ก็ไม่เสียหลาย อย่างปีนี้ที่กล่าวถึงอิริยาบถของนางสงกรานต์ ซึ่งการเสด็จนั่งมาเหนือหลังครุฑในการพยากรณ์เชื่อว่าจะนำความเจ็บไข้ เกิดเภทภัย ฯลฯ ซึ่งก็คงจะต้องเพิ่มความระมัดระวังไม่ประมาท นอกจากนี้การเตือนล่วงหน้า ยังเป็นเหมือนการป้องกัน รู้หาหนทางแก้ไขระวังตนเอง” นักวัฒนธรรมอาวุโสกล่าว

จากตำนานนางสงกรานต์ความเชื่อที่มีต่อกันมายาวนาน

สิ่งนี้ยังเป็นอุบายแยบยลเตือนสติเตือนตนให้รู้หลักตั้งมั่นดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาทและขณะที่ประเพณีสงกรานต์ครบพร้อมด้วยความงดงามประเพณีนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ความสนุกสนานไปกับการเล่นน้ำเปียกปอน

หากแต่สาระสำคัญของวันสงกรานต์ยังมีความหมายต่อการแสดงความเคารพกตัญญู ความเอื้ออาทรต่อกันและกันซึ่งไม่ควรละเลยลืมเลือน.







ประกาศสงกรานต์ 2551



ในสมัยโบราณสื่อที่จะบอกแจ้งวัน เวลาขึ้นศักราชใหม่ เกณฑ์น้ำฝนสำหรับการประกอบกสิกรรม ฯลฯ อาจมีไม่มาก ประกาศสงกรานด์ เป็นสื่อ ที่บอกถึงสิ่งดังกล่าว ให้ทราบทั่วถึงกัน ประกาศสงกรานต์ เป็นประกาศพระราช กฤษฎีกาเรื่องหนึ่งตามประเพณีราชการแต่สมัยโบราณ ซึ่งเมื่อสิ้นสุดปีหนึ่ง ๆ จะเปลี่ยนปีนักษัตรเริ่มศักราชใหม่ ทางราชการจะประกาศเกี่ยวกับวัน เดือน ข้างขึ้น ข้างแรมในปีต่อไป และจากหนังสือประเพณีสงกรานต์ที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เผยแพร่ให้ความรู้กล่าวถึง ประกาศสงกรานต์ ปี 2551 ปีชวด เทวดาผู้ชาย ธาตุน้ำ สัมฤทธิศก จุลศักราช 1370 ทางจันทรคติ เป็นปกติมาสวาร ทางสุริยคติ เป็นอธิกสุรทิน (อธิกสุรทิน ปีที่เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วัน สัมฤทธิศก คือ ปีที่จุลศักราชลงท้ายด้วย 0 ศูนย์ )

วันมหาสงกรานต์ ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 5 เวลา 18 นาฬิกา 24 นาที วันที่ 15 เมษายน เวลา 22 นาฬิกา 53 นาที 24 วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ เป็น 1370 ปีนี้ วันพุธเป็นธงชัย วันอังคารเป็นอธิบดี วันอังคารเป็นอุบาทว์ วันพฤหัสบดีเป็นโลกาวินาศ

วันอาทิตย์เป็นอธิบดีฝนบันดาลให้ฝนตก 400 ห่า

ตกในโลกมนุษย์ 40 ห่า ตกในมหาสมุทร 80 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 120 ห่า ตกในเขาจักรวาล 160 ห่า นาคให้น้ำ 4 ตัว เกณฑ์ธัญญาหารได้เศษ 2 ชื่อวิบัติ ข้าวกล้าในภูมินา จะได้ผลกึ่ง เสียกึ่ง เกณฑ์ธาราธิคุณตกราศีวาโย (ลม) น้ำน้อย

**ประกาศสงกรานต์ที่วันอังคารเป็นทั้งวันอธิบดี และวันอุบาทว์ คือเป็นทั้งวันดีและไม่ดีในวันเดียวกันนั้น หมายถึง หากจะประกอบกิจการใด ๆ ในวันนี้ควรดูยามฤกษ์ ราศีและดิถี ที่เรียกกาลโยค ตามปฏิทินโหรประกอบด้วยเพราะในวันเดียวกันหากช่วงเวลาหรือวันขึ้นวันแรมต่างกันจะไม่เหมือนกัน






รับบรรจุและโอน/ย้ายพนักงาน <05/03/51>

อบต.ยางคราม รับบรรจุและโอนย้ายตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้
1. เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน จำนวน 1 อัตรา
2. นิติกร จำนวน 1 อัตรา
3. เจ้าพนักงานพัสดุ 2-4 จำนวน 1 อัตรา
ติดต่อด่วนที่ อบต.ยางคราม หรือ โทร. 053-367121 ในวันและเวลาราชการ
 
     
หน้า   1 2 3 4 5 6 [7] 8 9 10 11 12  


 
 
 
 
 
Copyright 2006-2018 โดย เทศบาลตําบลยางคราม - http://www.yangkham.go.th,
ที่ทำการเทศบาลตําบลยางคราม 271 ม.5 ต.ยางคราม อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ 50160
เว็บไซต์ออกแบบและพัฒนาโดย www.click2solutions.com
เริ่ม 12 ธันวาคม พ.ศ.2549