<<<<< “ เดี๋ยวนี้ไปที่ไหนหรือไปเยี่ยมประชาชนที่ใด เมื่อได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน ก็บอกว่าให้ไปร้องเรียนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ” พระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
 
ประวัติเทศบาล ข้อมูลทั่วไป
ประวัติหมู่บ้าน
โครงสร้างเทศบาล
อำนาจและหน้าที่ของเทศบาล
รายนามคณะผู้บริหาร
รายชื่อสมาชิกสภาเทศบาล
อัตรากำลังของเทศบาล
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
ยุทธศาสตร์การพัฒนา, แผนพัฒนา
สถิติรายได้
ประกาศ / คำสั่ง เทศบาลตำบลยางคราม
สภาเทศบาลตำบลยางคราม
งบประมาณรายจ่ายประจำปี
การโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี
การเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลยางคราม
สถานีอนามัยบ้านดอนชัย
หน่วยงานในพื้นที่
งานกฏหมายและคดี
เทศบัญญัติตำบลยางคราม
ว่าด้วยการเลี้ยงสัตว์และปล่อยสัตว์
ว่าด้วยควันไฟและฝุ่นละอองจากการเผา
ว่าด้วยการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย
ว่าด้วยการควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ว่าด้วยเรื่องตลาด
คุยกับนายกองค์การบริหารส่วน
ตำบลยางคราม
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
แผนที่องค์การบริหารส่วนตำบล
 
     

 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 

   

นางสงกรานต์ ตำนาน การพยากรณ์ <11/04/51>

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาลสงกรานต์ประเพณีงดงามของไทยที่เปี่ยมด้วยสาระความหมาย

ทุกปีเมื่อวันสงกรานต์ซึ่งมีช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่องมาถึง นอกจากบรรยากาศการเดินทางกลับบ้านคืนภูมิลำเนา รดน้ำเยี่ยมเยือนญาติผู้ใหญ่ รวมถึงสีสันการเล่นน้ำเปียกปอนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ยังมีการกล่าวถึง นางสงกรานต์ ซึ่งเป็นคติความเชื่อในตำนานสงกรานต์รวมอยู่ด้วย

สำหรับปีนี้ วันสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ไทยตรงกับวันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน นางสงกรานต์จึงทรงนาม ทุงสะเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกทับทิม อาภรณ์แก้วปัทมราค ภักษา หารอุทุมพร (ผลมะเดื่อ) พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เสด็จนั่งมาเหนือหลังครุฑ เป็นพาหนะ

นางสงกรานต์ เป็นคติความเชื่ออยู่ในตำนานสงกรานต์

ซึ่งรัชกาลที่ 3 ให้จารึกลงในแผ่นศิลาติดไว้ที่วัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เป็นเรื่องเล่าถึงความเป็นมาของประเพณีเป็นอุบายเพื่อให้ผู้ ไม่รู้หนังสือได้รู้ว่า วันมหาสงกรานต์ ตรงกับวันเวลาใด โดยในวันนี้จะเป็นวันที่พระอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษ ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามสุริยคติ ซึ่งสมมุติผ่านนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดเทียบกับแต่ละวันในสัปดาห์

ตามตำนานนางสงกรานต์

เป็นธิดาทั้ง 7 ของท้าวกบิลพรหมและจากที่เล่าขานต่อกันมาเป็นที่ทราบกันถึงเรื่องการตอบปริศนาสามข้อที่ว่าเช้า เที่ยง ค่ำ ราศีอยู่ที่ใดของมานพหนุ่มกับท้าวกบิลพรหม ซึ่งผู้ที่พ่ายแพ้จะต้องถูกตัดศีรษะ เมื่อธรรมบาลกุมารสามารถตอบปริศนาได้ ท้าวกบิลพรหมจึง ถูกตัดศีรษะและจากตำนานเล่าว่าหากศีรษะตั้งไว้ในแผ่นดินไฟจะไหม้ ทิ้งในอากาศฝนก็จะแล้งและหากทิ้งในมหาสมุทรน้ำจะแห้ง ธิดาทั้งเจ็ดจึงนำพานมารองอัญเชิญประดิษฐานไว้ที่มณฑปถ้ำคันธุลีเขาไกรลาส ครั้นถึง 365 วัน ซึ่งโลกสมมุติเป็นปีหนึ่งเวียนมาถึง ในวันมหาสงกรานต์ เทพธิดาทั้งเจ็ดจะทรงพาหนะต่าง ๆ ผลัดกันเชิญพระเศียรบิดาออกแห่ เทพธิดาที่ปรากฏในวันมหาสงกรานต์จึงได้ชื่อว่า นางสงกรานต์








นางสงกรานต์แต่ละวันจะมีนาม มีอาหาร อาวุธและสัตว์ที่เป็นพาหนะต่างกัน

อ.สุจริต บัวพิมพ์ นักวัฒนธรรมอาวุโส อดีตผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการถ่ายทอดวัฒนธรรม สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติบอกเล่าพร้อมให้ความรู้ถึงความ เกี่ยวเนื่องกับประเพณีสงกรานต์ว่า การประกอบอาชีพ เกษตรกรรมที่ต้องอาศัยฝน ตำนานสงกรานต์เป็นคติความเชื่อเป็นโบราณอุบายที่มีความหมาย อีกทั้งการพยากรณ์ยังเป็นเสมือนคำเตือนให้ดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท

“ตำนานสงกรานต์แฝงไว้ด้วยกุศโลบายแยบยลเป็น โบราณอุบายที่น่าศึกษา อย่างในเรื่องความกตัญญูแสดงให้เห็นชัดเจนและจากตำนานความเชื่อนางสงกรานต์ได้ถ่ายโอนมายังโลกมนุษย์ ซึ่งในแก่นแท้ของประเพณีสงกรานต์นั้นมีความงดงาม เอื้ออาทรเต็มไปด้วยบรรยากาศความกตัญญู ระลึกนึกถึงญาติผู้ใหญ่ การให้ ทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลแก่ ญาติผู้ล่วงลับ บรรยากาศความอบอุ่นของครอบครัว อีกทั้งความสนุกสนานสะท้อนถึงความเป็นไทยโดยมีน้ำเป็นสื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี”

จากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมซึ่งพอปีหนึ่งเมื่อสงกรานต์มาถึงก็จะมีการรอประกาศสงกรานต์ รอดูฤกษ์งามยามดี ซึ่งในประกาศสงกรานต์จะบอกถึงวันมงคล วันที่ไม่ควรปฏิบัติและจากตำนานความเชื่อเกี่ยวกับนางสงกรานต์ อย่างที่กล่าวนางสงกรานต์ประจำแต่ละวันจะมีนาม อาหาร อาวุธ พาหนะรวมทั้งมีอิริยาบถที่ต่าง กันไป อย่างเชื่อกันว่าหากอิริยาบถของนางสงกรานต์ ยืนมา จะเกิดความเดือดร้อนเจ็บไข้ นั่งมา จะเกิดความเจ็บไข้ผู้คนล้มตาย เกิดเหตุเภทภัยต่าง ๆ หาก นอนลืมตา ประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุข นอนหลับตา พระมหากษัตริย์จะรุ่งเรืองดี นอกจากนี้ยังมีคำทำนายเกี่ยวกับวันมหาสง กรานต์ วันเนาและวันเถลิงศก อย่างถ้าวันอาทิตย์ เป็นวันมหาสงกรานต์ ปีนั้นพืชพันธุ์ธัญญา หารไม่สู้จะงอกงาม แต่หากวันศุกร์เป็นวันมหาสงกรานต์ พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์ ฝนชุก พายุพัดแรงผู้คนจะเป็นโรคตา เจ็บไข้มาก เป็นต้น

“การพยากรณ์ถือได้ว่าเป็นการช่วยเตือนเป็นการคำนวณทางโหราศาสตร์ที่เป็นสถิติอย่างหนึ่งซึ่งอาจจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้น ก็ได้ แต่การฟังโบราณไว้ก็ไม่เสียหลาย อย่างปีนี้ที่กล่าวถึงอิริยาบถของนางสงกรานต์ ซึ่งการเสด็จนั่งมาเหนือหลังครุฑในการพยากรณ์เชื่อว่าจะนำความเจ็บไข้ เกิดเภทภัย ฯลฯ ซึ่งก็คงจะต้องเพิ่มความระมัดระวังไม่ประมาท นอกจากนี้การเตือนล่วงหน้า ยังเป็นเหมือนการป้องกัน รู้หาหนทางแก้ไขระวังตนเอง” นักวัฒนธรรมอาวุโสกล่าว

จากตำนานนางสงกรานต์ความเชื่อที่มีต่อกันมายาวนาน

สิ่งนี้ยังเป็นอุบายแยบยลเตือนสติเตือนตนให้รู้หลักตั้งมั่นดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาทและขณะที่ประเพณีสงกรานต์ครบพร้อมด้วยความงดงามประเพณีนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ความสนุกสนานไปกับการเล่นน้ำเปียกปอน

หากแต่สาระสำคัญของวันสงกรานต์ยังมีความหมายต่อการแสดงความเคารพกตัญญู ความเอื้ออาทรต่อกันและกันซึ่งไม่ควรละเลยลืมเลือน.







ประกาศสงกรานต์ 2551



ในสมัยโบราณสื่อที่จะบอกแจ้งวัน เวลาขึ้นศักราชใหม่ เกณฑ์น้ำฝนสำหรับการประกอบกสิกรรม ฯลฯ อาจมีไม่มาก ประกาศสงกรานด์ เป็นสื่อ ที่บอกถึงสิ่งดังกล่าว ให้ทราบทั่วถึงกัน ประกาศสงกรานต์ เป็นประกาศพระราช กฤษฎีกาเรื่องหนึ่งตามประเพณีราชการแต่สมัยโบราณ ซึ่งเมื่อสิ้นสุดปีหนึ่ง ๆ จะเปลี่ยนปีนักษัตรเริ่มศักราชใหม่ ทางราชการจะประกาศเกี่ยวกับวัน เดือน ข้างขึ้น ข้างแรมในปีต่อไป และจากหนังสือประเพณีสงกรานต์ที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เผยแพร่ให้ความรู้กล่าวถึง ประกาศสงกรานต์ ปี 2551 ปีชวด เทวดาผู้ชาย ธาตุน้ำ สัมฤทธิศก จุลศักราช 1370 ทางจันทรคติ เป็นปกติมาสวาร ทางสุริยคติ เป็นอธิกสุรทิน (อธิกสุรทิน ปีที่เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วัน สัมฤทธิศก คือ ปีที่จุลศักราชลงท้ายด้วย 0 ศูนย์ )

วันมหาสงกรานต์ ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 5 เวลา 18 นาฬิกา 24 นาที วันที่ 15 เมษายน เวลา 22 นาฬิกา 53 นาที 24 วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ เป็น 1370 ปีนี้ วันพุธเป็นธงชัย วันอังคารเป็นอธิบดี วันอังคารเป็นอุบาทว์ วันพฤหัสบดีเป็นโลกาวินาศ

วันอาทิตย์เป็นอธิบดีฝนบันดาลให้ฝนตก 400 ห่า

ตกในโลกมนุษย์ 40 ห่า ตกในมหาสมุทร 80 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 120 ห่า ตกในเขาจักรวาล 160 ห่า นาคให้น้ำ 4 ตัว เกณฑ์ธัญญาหารได้เศษ 2 ชื่อวิบัติ ข้าวกล้าในภูมินา จะได้ผลกึ่ง เสียกึ่ง เกณฑ์ธาราธิคุณตกราศีวาโย (ลม) น้ำน้อย

**ประกาศสงกรานต์ที่วันอังคารเป็นทั้งวันอธิบดี และวันอุบาทว์ คือเป็นทั้งวันดีและไม่ดีในวันเดียวกันนั้น หมายถึง หากจะประกอบกิจการใด ๆ ในวันนี้ควรดูยามฤกษ์ ราศีและดิถี ที่เรียกกาลโยค ตามปฏิทินโหรประกอบด้วยเพราะในวันเดียวกันหากช่วงเวลาหรือวันขึ้นวันแรมต่างกันจะไม่เหมือนกัน






รับบรรจุและโอน/ย้ายพนักงาน <05/03/51>

อบต.ยางคราม รับบรรจุและโอนย้ายตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้
1. เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน จำนวน 1 อัตรา
2. นิติกร จำนวน 1 อัตรา
3. เจ้าพนักงานพัสดุ 2-4 จำนวน 1 อัตรา
ติดต่อด่วนที่ อบต.ยางคราม หรือ โทร. 053-367121 ในวันและเวลาราชการ



ขอเชิญชมการแข่งขันกีฬาอำเภอดอยหล่อเกมส์ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2551 <22/02/51>

ด้วยอำเภอดอยหล่อ - ศูนย์กีฬาอำเภอดอยหล่อ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง 4 แห่งในอำเภอดอยหล่อ ร่วมดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาอำเภอดอยหล่อเกมส์ โดยปีนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลยางครามรับเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการแข่งขันกีฬาอำเภอดอยหล่อเกมส์ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2551 ระหว่างวันที่ 16 - 24 กุมภาพันธ์ 2551 ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติบ้านห้วยน้ำขาว ตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ โดยจัดการแข่งขัน
1.ฟุตบอล ประเภท หน่วยงาน , ประชาชน
2. วอลเลย์บอล ชาย , หญิง
3. เซปัคตระกร้อ ทีมเดียว , ทีมชุด
4. เปตอง ประเภท เดี่ยว , คู่ , ทีม
5. วิ่งมินิมาราธอน ประชาชนชาย , หญิง
6. กีฬาพื้นบ้าน ได้แก่ วิ่งกระสอบ , วิ่งสามขา , ชักคะเย่อ
โดยในวันที่ 24 ธันวาคม 2551 จะมีพิธีเปิด-ปิด การแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ โดยมีการประกวดขบวนพาเหรด , ประกวดกองเชียร์ของแต่ละตำบล



'ในหลวง'พระราชทานพระบรมราโชวาท ครม.ใหม่ 'เป็นสิ่งมหัศจรรย์ ถ้าทำได้ดี' <07/02/51>

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานพระบรมราโชวาท ครม.สมัคร1 เป็นสิ่งดีหากปฏิบัติได้ตามคำพูดและเป็นหลักที่พึ่งของประชาชน ทรงแนะ36คนต้องเสียสละเพื่อ63ล้านคน หากครม.ทำให้ประเทศอยู่เย็นเป็นสุข เป็นสิ่งมหัศจรรย์

วันนี้ เวลา 16.52 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและนายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งรัฐมนตรี

ต่อจากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ และพระราชทานพระบรมราโชวาทความว่า

'ข้าพเจ้ายินดีที่ได้ยินท่านทั้งหลายเปล่งวาจา ว่าจะเป็นการแสดงความสัตย์ที่จะปฏิบัติงาน มีความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งความจริงก็ไม่จำเป็นที่จะพูด แต่เมื่อพูดก็ต้องถือว่า เป็นคำพูดที่ศักดิ์สิทธิ์ และต้องเก็บเอาไว้เป็นคำที่จะปฏิบัติในการกระทำทุกอย่างในอนาคต เพราะว่า ถ้าพูดไปแล้วและไม่ได้ปฏิบัติก็ไม่ได้ถือว่า เป็นคำพูดที่ศักดิ์สิทธิ์ ฉะนั้นก็ขอให้ท่านได้ปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ให้ท่านมาเป็นรัฐมนตรีนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะประเทศต้องมีผู้ใหญ่ และถ้าท่านเป็นผู้ใหญ่ ประเทศก็จะอยู่เย็นเป็นสุขได้ ถ้าประเทศอยู่เย็นเป็นสุขก็หมายความว่าประชาชนมีที่พึ่ง ถ้าประชาชนมีที่พึ่งก็จะมีชีวิตที่มีประกันว่า จะสามารถอยู่ได้ ซึ่งหลายประเทศในละแวกนี้ก็มีความเดือดร้อน ไม่ใช่ในละแวกนี้แต่ทั่วโลก มีความเดือดร้อน เพราะว่าไม่มีคนที่มีหลัก

ท่านต้องถือว่าท่านเป็นคนที่มีหลัก มีหลักที่จะปฏิบัติงาน มีหลักที่จะทำงานเพื่อส่วนรวม อาจจะแปลก ท่านอาจจะนึกว่า แปลกทำไมคน 35 คนจะต้องเสียสละเพื่อคน 63 ล้าน ก็เพราะว่าคน 63 ล้าน เขาหวังว่า คณะรัฐมนตรีจะทำงานเพื่อเขา ถ้าไม่ทำงานเพื่อประชาชนก็จะทำงานเพื่ออะไร ฉะนั้นก็ขอให้ท่านพยายามที่จะทำ อาจจะทำยาก แต่ก็ต้องทำได้ เพื่อให้ประเทศชาติไม่ผิดหวังในงานที่ท่านกำลังทำอยู่ ถ้าเขาไม่ผิดหวัง ท่านก็เป็นผู้ที่เรียกว่า มีความดี และถ้าทำด้วยความดีนั้นก็ ที่จริงก็โก้ไม่หยอก รู้สึกโก้ดี ที่ทำเพื่อให้ประชาชนได้หวัง แล้วก็มองเห็นว่า ขณะนี้รัฐมนตรีจะทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม แล้วส่วนรวมก็บอกได้แล้ว ในประเทศที่อยู่ใกล้เคียงประเทศไทยและประเทศอื่นๆ เขาไม่ค่อยได้เห็นคนที่พยายามทำเพื่อส่วนรวม ท่านจะต้องทำเพื่อส่วนรวม ถ้าทำเพื่อส่วนรวม ไม่ได้ทำเพื่อส่วนตัว ท่านก็โก้ไม่หยอก ท่านก็คงมีความดีอยู่กับตัวอยู่แล้ว

ถ้าท่านได้ปฏิญาณจะทำเพื่อส่วนรวม ท่านก็มีเกียรติไม่น้อย ฉะนั้นก็ขอให้ท่านพยายามทำตามที่ท่านได้ปฏิญาณตน เพื่อให้ได้ผลสำเร็จที่ดี ถ้าทำได้แม้แต่นิดเดียวก็ยังดี ถ้าทำได้มากก็ยิ่งดี ฉะนั้นก็ขอให้ท่านรักษาความซื่อตรง และตามที่เมื่อตะกี้ท่านนายกฯได้มาพูดว่า ท่านนายกฯ เอง และรัฐมนตรีต่างๆ ได้มีความตั้งใจที่จะทำ ก็เป็นเกียรติไม่ใช่น้อย และถ้าท่านได้เป็นเกียรติอย่างที่ท่านได้ทำตามที่พูดเมื่อตะกี้ ก็เป็นสิ่งที่ดีมากและประเทศก็จะอยู่ได้

ถ้าประเทศอยู่เย็นเป็นสุขได้ เรียกว่าท่านก็ได้บุญ ท่านได้ปฏิบัติในสิ่งที่ดีมาก ในโลกนี้หายากถ้าท่านทำดี ในโลกนี้หายาก คนที่ตั้งอกตั้งใจอย่างที่ท่านได้ตั้งใจที่จะทำ ในเมืองไทยนี้ ท่านเป็นผู้ใหญ่ ในประเทศหนึ่งต้องมีผู้ใหญ่ รัฐมนตรีก็คือผู้ที่เป็นผู้ใหญ่ เพราะถ้าทำสำเร็จ ท่านก็มีความสามารถที่จะทำ ความรู้และความสามารถทำ เพื่อให้คนจำนวนมากทั้ง 35 คนบวกกับนายกฯ เป็น 36 คน ทำเพื่อคนเป็นจำนวนล้านเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่สุด และก็ท่านเอง เมื่อรักษาความดีความตั้งใจที่จะให้คณะของท่านอยู่เย็นเป็นสุข ประเทศก็อยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ ถ้าท่านทำได้ดี ท่านก็มีเกียรติ แล้วก็คณะท่านก็มีเกียรติ

ก็ขอให้ท่านทำสำเร็จ เพื่อเกียรติของคณะรัฐบาลไทยและประเทศชาติ ก็ขอให้ท่านได้มีความสำเร็จในการกระทำที่ท่านเองได้ตั้งใจ และขอให้ท่านนายกฯ มีความสำเร็จในการงาน ฉะนั้นก็ขอให้พรว่า ขอให้ท่านได้พรที่จะปฏิบัติงานทุกอย่างสำเร็จเรียบร้อยในงานที่ท่านตั้งใจจะทำ ก็ขอให้ท่านมีความสำเร็จในงานทุกอย่างที่ได้ตั้งใจจะทำ'



พระเจ้าพี่นางฯสิ้นพระชนม์ เมื่อเวลา02.54น.วันที่2ม.ค. <02/01/51>

วันนี้ (2 ม.ค.) สำนักพระราชวัง มีประกาศเรื่อง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ ความว่า
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสด็จประทับรักษาพระอาการประชวร ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราชพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.2550 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ พระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ และได้สิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 02.54 น. วันที่ 2 ม.ค.2551 รวมพระชันษา 84 ปี


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี

ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในบรมมหาราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนัก ไว้ทุกข์ถวายมีกำหนด 100 วัน ตั้งแต่วันสิ้นพระชนม์เป็นต้นไป อนึ่งทรงพระกุรณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระศพ หน้าพระฉายาลักษณ์ ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหไทยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 13.00 น. -16.00 น. วันพุธที่ 2 ม.ค.2551



พรปีใหม่ ในหลวง พ.ศ.2551 <02/01/51>

เนื่องในวารดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2551 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพรปีใหม่แก่ปวงชนชาวไทย ความว่า


“ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2551 แล้ว ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทุกๆคน และขอขอบใจท่านเป็นอย่างมาก ในน้ำใจไมตรีที่ทุกคน ทุกฝ่าย แสดงให้เห็นทั้งในคราวที่เจ็บป่วย และในการจัดงานวันเกิดครบ 80 ปี รวมทั้งได้แสดงความวิตกห่วงใยอย่างจริงใจ ในการเจ็บป่วยของพี่สาวข้าพเจ้า



สถานการณ์ของบ้านเมืองเราแต่ปีก่อน และต่อเนื่องมาถึงปีที่แล้ว เป็นอย่างไร ก็เป็นที่ทราบกันอยู่แก่ใจ แต่อย่างไรก็ตาม เราได้มีรัฐธรรมนูญและได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว นับว่าประเทศชาติของเรา ได้ผ่านหัวเลี้ยวสำคัญอีกขั้นหนึ่งจึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะต้องช่วยกันประคับประคองกิจการของบ้านเมืองให้ดำเนินไปด้วยดี ให้มีความเป็นปึกแผ่นและร่มเย็นเป็นปกติสุข ทางที่เราจะช่วยกันได้ก็คือการทำความคิดให้ถูกตรงและแน่วแน่ ในอันที่จะยึดถือชาติบ้านเมืองเป็นที่หมาย แต่ละคนแต่ละฝ่ายจะต้องเพลาการคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัว พยายามโอนอ่อนผ่อนปรนเข้าหากัน ด้วยไมตรีจิตและความเมตตา กรุณา อย่าก่อปัญหาและก่อเงื่อนไข อันเป็นเหตุให้เกิดความไม่สงบและความแตกแยก ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใด ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไป ให้ทันกาลทันเวลา ผลงานทุกคนทุกฝ่าย จักได้ประกอบส่งเสริมกัน ให้ประเทศ ชาติอันเป็นที่อยู่ที่อาศัยของเรา ดำรงมั่นคงอยู่ด้วยความผาสุกร่มเย็นตลอดไป

พระราชทาน ส.ค.ส.ปีพุทธศักราช 2551 แก่ปวงชนชาวไทย


ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวไทยเคารพบูชา จงคุ้มครองรักษาให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขสบาย สุขใจและประสบแต่สิ่งที่พึงประสงค์ ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน”



ในโอกาสเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ส.ค.ส.ปีพุทธศักราช 2551 แก่ปวงชนชาวไทย โดย ส.ค.ส.พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวในปีพุทธศักราช 2551 นี้ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์ชุดปกติขาว ประทับฉายพระรูปกับคุณทองแดง สุวรรณชาด และเหลน จำนวน 4 สุนัข ซึ่งพระราชทานชื่อว่า กันนิ ราชปาลยัม จิปปิปะไร และคอมไบ ตามชื่อพันธุ์สุนัขของอินเดีย ที่ใช้เป็นแบบในการปั้นรูปสุนัข ซึ่งเป็นบริวารของพระตรีมูรติคือ กันนิ เพศเมีย นั่งบนพระเพลา/ราชปาลยัม เพศเมีย ยืนด้านขวา/จิปปิปะไร เพศผู้ นั่งด้านหน้าใกล้พระบาทขวา และคอมไบ เพศเมีย ยืนด้านซ้าย



ด้านล่างมีข้อความเป็นตัวหนังสือสีเหลืองว่า สวัสดีปีใหม่ ขอจงมีความสุขความเจริญ และมีตัวเลขสีแดง 2007 12 21 16 : 52 มุมบนด้านซ้ายมีตราสัญลักษณ์ 2 ตราคือ ตราพระมหาพิชัยมงกุฎ และผอบทอง ใต้ลงมามีข้อความ ส.ค.ส. 2551มุมบนด้านขวามีตัวหนังสือสีเหลืองว่า Happy New Year 2008 และตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550



กรอบของ ส.ค.ส.พระราชทานฉบับนี้ เป็นภาพหน้าคนเล็กๆเรียงกันด้านละ 2 แถว รวม 373 หน้า ทุกหน้ามีแต่รอยยิ้ม ในกรอบด้านล่างมีข้อความ ก.ส.9 ปรุง 23 20 10 ธ.ค. 50 พิมพ์ที่โรงพิมพ์สุวรรณชาด ท.พรหมบุตร ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา Printed at the Suvarnnachad publishing, D.Bramaputra, Publisher ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระ ราชทานพรปีใหม่และ ส.ค.ส.พระราชทานปี 2551 แก่ปวงชนชาวไทยนั้น คุณทองแดง สุวรรณชาด ได้หมอบเฝ้าอยู่แทบพระบาทตลอดเวลา



ขอเชิญชมการแข่งขันกีฬา อบต.ยางครามสัมพันธ์ ต่อต้านยาเสพติด เพื่อถวายแด่องค์ราชันย์ พระชนมพรรษา 80 พรรษา ประจำปี 2550 <26/11/50>

ด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลยางครามจะดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬา อบต.ยางครามสัมพันธ์ เพื่อถวายแด่องค์ราชันย์ พระชนมพรรษา 80 พรรษา ประจำปี 2550 การแข่งขันจะมีระหว่างวันที่ 2 - 16 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติบ้านห้วยน้ำขาว หมู่ที่ 1 ตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ การแข่งขันประกอบด้วย ฟุตบอลประชาชน , ฟุตบอล 5 คน(อายุไม่เกิน 13 ปี) , วอลเลย์บอล (ชาย , หญิง) , เซปักตระกร้อ , เปตอง (ชาย , หญิง) , มินิมาราธอน , กีฬาพื้นบ้าน
แข่งขันทุกวันหยุดราชการ/วันหยุดนักขัตฤกษ์



ขอเชิญชวนชาวไทยทุกท่านร่วมส่งแรงใจให้ในหลวง <15/10/50>

พสกนิกรทั่วประเทศ เป็นห่วงในหลวง

คลื่นพสกนิกรต่างหลั่งไหลจากทั่วทุกสารทิศร่วมลงนามถวายพระพรในหลวงอย่างเนืองแน่น พร้อมตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระองค์หายประชวรโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.55 น. นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพร พร้อมถวายแจกันดอกไม้เยี่ยมพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ศาลาศิริราช 100 ปี จากนั้น ในเวลาประมาณ 13.00 น. พลโทประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ได้เดินทางมาลงนามถวายพระพร พร้อมถวายช่อดอกไม้เยี่ยมพระอาการด้วย

ทั้งนี้ ในช่วงเที่ยง ประชาชนสวมใส่เสื้อเหลืองยังคงทยอยเดินทางมาที่โรงพยาบาลศิริราช อย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่า อากาศจะเริ่มร้อนอบอ้าว โดยบริเวณศาลาศิริราช 100 ปี ซึ่งเป็นจุดลงนามถวายพระพร ก็มีประชาชนเข้าแถวรอลงนามถวายพระพรอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันบุคลคลสำคัญต่างๆ ก็เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรตลอดทั้งช่วงเช้าที่ผ่านมา

ขณะที่บรรยากาศบริเวณลานหน้าพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ยังมีประชาชนมาสักการะพระราชานุสาวรีย์ พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานให้ในหลวงทรงหายจากพระอาการประชวร โดยประชาชนต่างแหนมองห้องพักฟื้นพระอาการ ชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ด้วยความกังวลใจ ส่วนที่ใต้โถงอาคารเฉลิมพระเกียรติ ก็ยังมีประชาชนเฝ้ารอรับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ที่จะเสด็จพระราชดำเนินมาติดตามพระอาการของในหลวงอย่างใกล้ชิดเช่นกัน

คุณยายลำยอง วงศ์บุปผา อายุ 83 ปี เดินทางมาพร้อมเพื่อนบ้านนางศุลีพร แว่นเรืองรอง อายุ 57 ปี กล่าวว่า ทราบข่าวในหลวงประชวรตั้งแต่เมื่อวานนี้ จึงได้ชักชวนกันมาร่วมลงนามถวายพระพร รู้สึกเป็นกังวลใจไม่ดี เมื่อทราบว่าพระองค์ประชวรจึงมากราบขอพรจากพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระชนก และพระราชชนนี ขอให้ในหลวงหายจากอาการประชวรเร็วๆ ให้มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง

ด้านนางศุลีพร กล่าวว่า ขอให้พระองค์สบายพระทัย พสกนิกรทุกคนเป็นห่วง และจะทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้พระองค์หายจากประชวร ถ้ามีโอกาสก็จะมาติดตามพระอาการที่โรงพยาบาลศิริราชอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เวลาประมาณ 13.25 น. นางออรอรา ศรีบัวพันธุ์ เลขาธิการมูลนิธิคอลฟิลด์ เพื่อคนตาบอด ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมคณะครู นักเรียน จากโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 20 คน ได้เดินทางมาร่งมลงนามถวายพระพร

โดยนางออรอรา กล่าวว่า หลังทราบข่าวในหลวงประชวรในช่วงเช้าของวันนี้ ตนได้สั่งการไปยังผู้จัดการโรงเรียนและครูใหญ่โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ให้ร่วมกันมาลงนามถวายพระพรขอให้พระองค์หายจากอาการประชวรโดยเร็ว มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงและทรงพระเจริญ เพราะพระองค์ เป็นมิ่งขวัญของคนตาบอด

จากนั้นเวลาประมาณ 13.35 น. นายสุรบถ หลีกภัย พร้อมด้วยนางภักดิพร สุจริตกุล ได้เดินทางมาร่วมลงนาถวายพระพร
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 14.40 น.สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินลงจากชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งทันทีที่เสด็จฯลงมาถึงโถงด้านล่าง พสกนิกรต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญ โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงแย้มพระสรวลรับคำถวายพระพร จากนั้นได้เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ต่อมาเวลา 14.50 น. นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พร้อมด้วย นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล อดีต รมว.สธ.ได้เดินทางมายังจุดลงนามถวายพระพรที่อาคารศิริราช 100 ปี โดยนายบรรณพจน์ได้เป็นตัวแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและคุณหญิงพจมาน ชินวัตรลงนามในสมุดลงนามถวายพระพร จากนั้นได้เดินทางกลับ
 
     
หน้า   1 2 3 4 5 6 [7] 8 9 10 11  


 
 
 
 
 
Copyright 2006-2017 โดย เทศบาลตําบลยางคราม - http://www.yangkham.go.th,
ที่ทำการเทศบาลตําบลยางคราม 271 ม.5 ต.ยางคราม อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ 50160
เว็บไซต์ออกแบบและพัฒนาโดย www.click2solutions.com
เริ่ม 12 ธันวาคม พ.ศ.2549