<<<<< “ เดี๋ยวนี้ไปที่ไหนหรือไปเยี่ยมประชาชนที่ใด เมื่อได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน ก็บอกว่าให้ไปร้องเรียนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ” พระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
 
ประวัติเทศบาล ข้อมูลทั่วไป
ประวัติหมู่บ้าน
โครงสร้างเทศบาล
อำนาจและหน้าที่ของเทศบาล
รายนามคณะผู้บริหาร
รายชื่อสมาชิกสภาเทศบาล
อัตรากำลังของเทศบาล
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
ยุทธศาสตร์การพัฒนา, แผนพัฒนา
สถิติรายได้
ประกาศ / คำสั่ง เทศบาลตำบลยางคราม
สภาเทศบาลตำบลยางคราม
งบประมาณรายจ่ายประจำปี
การโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี
การเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลยางคราม
สถานีอนามัยบ้านดอนชัย
หน่วยงานในพื้นที่
งานกฏหมายและคดี
เทศบัญญัติตำบลยางคราม
ว่าด้วยการเลี้ยงสัตว์และปล่อยสัตว์
ว่าด้วยควันไฟและฝุ่นละอองจากการเผา
ว่าด้วยการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย
ว่าด้วยการควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ว่าด้วยเรื่องตลาด
คุยกับนายกองค์การบริหารส่วน
ตำบลยางคราม
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
แผนที่องค์การบริหารส่วนตำบล
 
     

 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 

   

สรุปผลการจัดเก็บรายได้ประจำปี พ.ศ.2550 <11/10/50>

แผนภูมิแสดงการเปรียบเทียบจัดการเก็บภาษี ประจำปีงบประมาณ 2550 ขององค์การบริหารส่วนตำบลยางคราม



63_96_PP.doc (66 KB.)



การตรวจงานจ้าง <04/10/50>

ประชาสัมพันธ์การตรวจงานจ้าง ถนนคสม. บ้านห้วยน้ำขาว หมู่ 1



รายละเอียดเพิ่มเติม 62_95_P (29 KB.)



ประชาสัมพันธ์การตรวจงานจ้างโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมไม้ไผ่ บ้านใหม่ดอนชัย หมู่ที่ 8 <22/08/50>




หนังสือประชาสัมพันธ์ 59_94_PR.doc (29 KB.)



ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร อบต.ยางคราม <18/08/50>

องค์การบริหารส่วนตำบลยางคราม กิ่งอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดให้บริการข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 โดยประชาชนสามารถขอรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการต่าง ๆ ของรัฐ ได้ที่ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารองค์การบริหารส่วนตำบลยางคราม ตั้งแต่วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.



การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ ประจำปี 2550 58_92_15.doc (26 KB.)
การเรียกค่าธรรมเนียมการขอสำเนา หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการ 58_93_11.doc (34 KB.)



คำขวัญวันแม่ ประจำปี 2550 <10/08/50>

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ทรงมีพระราชเสาวนีย์ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2550 แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อจะนำไปเผยแพร่เทิดพระคุณแม่ทั่วประเทศ ความว่า


" ข้าวในนาปลาในน้ำคำโบราณ
คือตำนานความอุดมสมบูรณ์สิน
ฝากลูกไทยร่วมห่วงแหนรักแผ่นดิน
ถนอมไว้อย่าให้สิ้นแผ่นดินไทย "




ความเป็นมาของวันแม่





โดยทั่วไป คำว่า แม่ จะหมายถึง

หญิงผู้ให้กำเนิดหรือเลี้ยงดูลูก หรือคำที่ลูกเรียกหญิงผู้ให้กำเนิดหรือเลี้ยงดูตน นอกจากนี้ก็ยังมีคำอื่นๆที่หมายถึง แม่ อีก เช่น ชนนี มาดา มาตา มารดา มารดร มาตุรงค์ มาตุเรศ เป็นต้น

ในทางพุทธศาสนา พระพุทธองค์ได้ทรงเปรียบ บิดามารดา ว่า

เป็น ทิศเบื้องหน้า คือ ผู้มาก่อน และถือว่า การบูชาบิดามารดา เป็น ๑ ในมงคล ๓๘ คือ การบูชาบุคคลที่ควรบูชา อันหมายถึง การแสดงความเคารพ ยกย่อง เลื่อมใสด้วยความบริสุทธิ์ใจแก่บุคคลที่มีคุณความดีควรแก่ระลึกถึง และยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตาม เช่น พระพุทธเจ้า พระสงฆ์ผู้ประพฤติชอบ พระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม ครูบาอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถและประพฤติดี และพ่อแม่ ผู้มีพระคุณต่อเรา บิดามารดานั้นท่านว่า เป็น พระในบ้าน ที่เปรียบเสมือน พระพรหม พระเทพ พระอาจารย์ และพระอรหันต์ ของลูก

ที่กล่าวว่า พ่อแม่ เป็นพระพรหมของลูก

ก็เพราะท่านมีพรหมวิหารสี่ อันประกอบด้วย ความเมตตา คือ ความรัก ความปรารถนาดีต่อลูก ความกรุณา คือ มีความเห็นอกเห็นใจลูกอย่างแท้จริงและพยายามช่วยเหลือลูกเมื่อประสบความเดือดร้อนหรือความยากลำบากอยู่เสมอ เมื่อลูกประสบความสำเร็จหรือเจริญก้าวหน้าก็มีมุทิตาจิต คือยินดีอย่างจริงใจ ครั้นลูกผิดพลาด ก็มีใจอุเบกขา คือไม่ซ้ำเติม ทับถมลูก






พ่อแม่ เป็น พระเทพ หรือบุรพเทพ (บุระพะเทพ) คือ

เป็นเทพเจ้าเบื้องต้นหรือเทวดาองค์แรกของลูก เพราะพ่อแม่มีหน้าที่ปกป้องภยันตรายต่างๆให้แก่ลูก ดังเช่นเทพเจ้าที่คอยปกป้องคุ้มครองภัยให้แก่มนุษย์ ซึ่งเทพเจ้าหรือเทวดา บางครั้งยังหลงลืมหรือต้องวอนขอ แต่พ่อแม่ไม่เคยลืมหรือไม่เคยละทิ้งที่จะปกป้องเรา ท่านจึงเหมือน เทพเจ้าผู้พิทักษ์ของลูก

พ่อแม่ เป็น พระอาจารย์ คนแรกของลูก

เพราะท่านเป็นคนอบรมสั่งสอนเราทั้งในด้านดำเนินชีวิต และให้การศึกษาแก่เรา คำสอนของท่านล้วนมาจากใจบริสุทธิ์ที่เกิดจากความรัก ความห่วงใย และความปรารถนาดีต่อลูก

พ่อแม่เป็น พระอรหันต์ ของลูก

พระอรหันต์ผู้บรรลุความเป็นจริงแห่งชีวิต และมีน้ำใจบริสุทธิ์ออกสั่งสอนมวลชนให้เจริญรอยตามเพื่อความหลุดพ้นฉันใด น้ำใจของพ่อแม่ที่มีต่อลูกก็บริสุทธิ์หมดจดฉันนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้เคยตรัสไว้ว่า แม่เป็นพระอรหันต์ของลูก คนที่เที่ยววิ่งหาพระเพื่อกราบไหว้พระอรหันต์ อย่าลืมว่ามีพระอรหันต์อยู่กับตัวแล้ว ควรปฏิบัติต่อแม่อย่าได้บกพร่องได้

ครอบครัวใดจะอบอุ่นและเข็มแข็ง ควรจะมีทั้งพ่อและแม่เป็นหลักในบ้าน

อย่างไรก็ดี มีคำกล่าวว่า บ้านใด หากขาด พ่อ ซึ่งเป็นผู้นำครอบครัวแล้ว ก็เปรียบเสมือนขาด ถ่อ หรือไม้ที่จะใช้ค้ำยันเรือหรือแพให้แล่นไปตามทิศทางที่ต้องการ แม้จะยากลำบาก ก็ยังแล่นต่อไปได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่ขาด แม่ จะเสมือน แพแตก บ้านนั้น ก็ยากที่จะประคับประคองชีวิตครอบครัวต่อไปได้ ทั้งนี้ เพราะ แม่ โดยส่วนมากจะรักลูกและพยายามยืนหยัดเลี้ยงดูลูกด้วยตัวเองต่อไป แม้จะไม่มี พ่ออยู่ด้วย แต่พ่อส่วนใหญ่ มักจะหา แม่ใหม่ ให้ลูก อันนำมาซึ่งปัญหาครอบครัวเพิ่มขึ้น






ความเป็นมาของ

วันแม่ นั้น กล่าวกันว่า

ชาวอเมริกันเป็นผู้กำหนดให้มีขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยนางแอนนา เอ็ม. จาร์วิส คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟียเป็นผู้เรียกร้องให้มีขึ้น และต้องใช้ความพยายามร่วมสองปีจึงประสบผลสำเร็จ ซึ่งในปีพ.ศ. ๒๔๕๗ ประธานาธิบดีวู้ดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือเอาวันอาทิตย์ที่ ๒ ของเดือนพฤษภาคมเป็น วันแม่แห่งชาติ และใช้ ดอกคาร์เนชั่น เป็นสัญลักษณ์วันแม่ โดยมี ๒ แบบคือ ถ้าแม่มีชีวิตอยู่ ให้ใช้ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ใช้ดอกคาร์เนชั่นสีขาว

สำหรับประเทศไทย

มีการจัดงานวันแม่ครั้งแรก โดยกระทรวงสาธารณสุข เมื่อ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ ที่สวนอัมพร แต่เนื่องจากช่วงดังกล่าวเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ทำให้ต้องงดจัดในปีต่อไป และต่อมาแม้จะมีหลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นจัดขึ้นอีก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร รวมทั้งได้มีการเปลี่ยนแปลงกำหนด วันแม่ หลายครั้ง

จนเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๓

คณะรัฐมนตรีสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้มีประกาศรับรองให้วันที่ ๑๕ เมษายนของทุกๆปี เป็น วันแม่ โดยเรียกว่า วันแม่แห่งชาติ และมอบหมายให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้จัดงานเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๓ เป็นครั้งแรก และได้รับความสำเร็จด้วยดี มีประชาชนและหน่วยงานต่างๆให้การสนับสนุนจัดงานกันอย่างกว้างขวางตั้งแต่นั้นมา

และยังมีการประกวดแม่แห่งชาติ และคำขวัญวันแม่

เพื่อให้เกียรติและเพิ่มความสำคัญของงานวันแม่ให้ยิ่งๆขึ้นไปด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ทางราชการจึงได้เปลี่ยนใหม่ โดยให้ถือว่าวันที่ ๑๒ สิงหาคม อันเป็น วันเฉลิมพระชนมพรรษาของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็น วันแม่แห่งชาติ และกำหนดให้ใช้ ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์วันแม่ ตั้งแต่นั้นมา








ขอเชิญชวนส่งไปรษณียบัตรให้แม่ เนื่องใน "วันแม่แห่งชาติ" <08/08/50>

เมื่อ วันที่ 7 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ได้มีกลุ่มดารานักแสดง อาทิ “โฬม” พัชฏะ นามปาน “จ๊ะจ๋า” พริมรตา เดชอุดม “หยวน” นิธิชัย ยศอมรสุนทร นำไปรษณียบัตร “วันแม่” เคลือบกลิ่นหอมดอกมะลิ มามอบให้พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และครม.ซึ่งทาง สวช.ร่วมมือกับบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดทำสื่อและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมค่านิยมที่ดีในเรื่องของความกตัญญู รู้คุณ ต่อบุพการีและผู้มีพระคุณให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ทั้งนี้ทางบริษัทไปรษณีย์ไทยฯ จะเป็นศูนย์กลาง ในการกระจายไปรษณียบัตร “วันแม่” ณ ที่ทำการไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ วันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค.นี้


สำหรับผู้ที่ส่งไปรษณียบัตร “วันแม่” จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องติดดวงตราไปรษณียากร ตลอดเดือนส.ค.


นอกจากนี้ ยังสามารถส่งไปรษณียบัตร “วันแม่” ทางอินเทอร์เน็ต (E-Card) ซึ่งทาง สวช.ให้บริการดาวน์โหลดภาพไปรษณียบัตร ทางเว็บไซต์ http://www. oncc.go.th หรือ http:// culture.go.th ตั้งแต่วันที่ 8-31 ส.ค.นี้ นอกจากนี้ทาง สสส. ได้นำสื่อรณรงค์ “งดเหล้า เข้าพรรษา” มามอบให้กับนายกรัฐมนตรี ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ส่วนที่บ้านผู้สูงอายุ บางแค 2 ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ พร้อมคุณแม่ โคมนต์ โตคงทรัพย์ และ มด-ชุติมณฑน์ ชัยรัตน์ พร้อมคุณแม่ ปวริศา ชัยรัตน์ ไปจัดกิจกรรม มอบความรักความอบอุ่นแก่แม่ผู้ถูกทอดทิ้ง ในโครงการ “ครอบครัวอบอุ่น สังคมแข็งแรง” เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 50.



บทความเกี่ยวกับ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กับงานศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทย

ในรัชกาลปัจจุบัน พระราชกรณียกิจทรงเปลื้องทุกข์และเอื้ออำนวยสุขให้กับอาณาประชาราษฎร์ตลอดระยะเวลานานนับเป็นสิบ ๆ ปี จะเห็นว่ามิได้มีเพียงพระองค์เท่านั้นที่ทรงปฏิบัติภารกิจ หากแต่ยังมี สมเด็จพระราชินีนาถ "พระแม่มิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย" ที่ทรงช่วยปฏิบัติมาโดยตลอด ดั่งข้อความตอนหนึ่ง ที่จิรภา อ่อนเรือง ได้เขียนไว้ในเรื่อง สมเด็จฯ ในปีสตรีระหว่างประเทศ ซึ่งลงพิมพ์ใน อนุสาร อ.ส.ท. ฉบับที่ ๑ ปีที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๑๘ ว่า...
.......... "ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ คือระบอบการปกครองที่พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจในการบริหารประเทศแต่เพียงพระองค์เดียว มาเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย คืออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนชาวไทย มีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรเข้าไปบริหารประเทศอย่างทุกวันนี้ สมเด็จพระราชินี หรือพระอัครมเหสีของพระมหากษัตริย์ มิได้ทรงมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับประชาชนเช่นทุกวันนี้ หน้าที่ของสมเด็จพระราชินี คือปกครองข้าราชการฝ่ายในและถวายปฏิบัติพระเจ้าแผ่นดินจะเกี่ยวข้องกับราชการแผ่นดิน ก็ในยามที่พระมหากษัตริย์ไม่ประทับอยู่ในประเทศ หรือไม่สามารถจะทรงบริหารประเทศด้วยพระองค์เองได้เท่านั้น ดังเช่นสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ที่ได้ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมประเทศในยุโรป ในปัจจุบัน พระมหากษัตริย์ไทยในระบอบประชาธิปไตย ไม่ทรงมีพระราชอำนาจเหนือกฏหมาย ทรงดำรงอยู่ในตำแหน่งองค์พระประมุขของประเทศ และจุดรวมแห่งความสามัคคีของประชาชนขาวไทยทรงปฏิบัติพระองค์ดุจพ่อเมืองผู้มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์แต่อย่างเดียว พระราชภารกิจของสมเด็จพระบรมราชินีนาถในรัชกาลปัจจุบัน มิได้ทรงปฏิบัติพระราชกิจในฐานะสมเด็จพระอัครมเหสี และฐานะสมเด็จพระชนนีของสมเด็จเจ้าฟ้า พระเจ้าลูกเธอเท่านั้น แต่ได้ทรงถือเป็นพระราชภารกิจของพระองค์ในการช่วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดูแลทุกข์สุขของประชาชนชาวไทย นับแต่ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นต้นมา ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่อยู่ในแดนไกล ตลอดจนทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันประเทศชาติมิได้ขาด ทรงเอาพระทัยใส่ในความเป็นอยู่ของบุคคลเหล่านั้น และทรงปฏิบัติทุกทางที่จะนำความสุขไปให้พวกเขา..."
.......... จากวันเวลาที่ผ่านมา ความจริงที่ปรากฎจากพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มิได้มีอยู่เฉพาะในเรื่องทุกข์สุขของราษฎรเพียงอย่างเดียว แต่พระองค์ยังทรงมีพระปณิธานอย่างแม่นมั่นที่จะทรงเป็นผู้ชี้นำ โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์จากบทความเรื่อง "แม่" ผู้ประเสริฐ ซึ่งลงพิมพ์ในอนุสาร อ.ส.ท. ฉบับที่ ๑ ปีที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๑ ได้ยืนยันในความจริงข้อนี้ว่า.....
.......... "เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นทางการ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ผู้แทนหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในเมืองบอสตัน ได้กราบทูลถามว่า ทรงชอบอะไรมากที่สุด สมเด็จฯ ได้ทรงตอบโดยไม่ทรงลังเลเลยว่า
.......... "ฉันชอบเป็นแม่มากที่สุด"
.......... บทความดังกล่าวได้เขียนต่อไปอีกว่า ในขณะนั้นผู้ฟังอาจจะรู้สึกเฉย ๆ ที่ได้ฟังพระราชดำรัสเช่นนั้น แต่ผู้เขียนเชื่อว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงตอบความจริงจากพระราชหฤทัย ความชอบเป็นแม่ ทำให้ทรงเป็น "แม่" ที่ประเสริฐเปรียบประดุจแสงเทียนที่ส่องสว่างให้กับประชาชนคนไทยจำนวนมากมาย ที่ได้รับผลประโยชน์จากโครงการดังกล่าว



ประชาสัมพันธ์การตรวจงานจ้างโครงการก่อสร้างรางระบายน้ำ หมู่ที่ 11 <01/08/50>




52_83_a.doc (28 KB.)



ขอเชิญชวน <26/07/50>

ร่วมแห่เทียนพรรษา ขององค์การบริหารส่วนตำบลยางคราม ในวันศุกร์ที่ 27 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ตั้งแต่เวลา 13.30 น.เป็นต้นไป โดยจะถวายเทียนจำนวน 11 ต้น 11 วัด/สำนักสงฆ์ ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลยางคราม นำทีมโดยท่านนายกถนอม กรรมใจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางคราม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลยางคราม พนักงานส่วนตำบล รวมถึงพนักงานจ้าง ในองค์การบริหารส่วนตำบลยางคราม และประชาชนในพื้นที่
 
     
หน้า   1 2 3 4 5 6 7 [8] 9 10 11  


 
 
 
 
 
Copyright 2006-2017 โดย เทศบาลตําบลยางคราม - http://www.yangkham.go.th,
ที่ทำการเทศบาลตําบลยางคราม 271 ม.5 ต.ยางคราม อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ 50160
เว็บไซต์ออกแบบและพัฒนาโดย www.click2solutions.com
เริ่ม 12 ธันวาคม พ.ศ.2549