<<<<< “ เดี๋ยวนี้ไปที่ไหนหรือไปเยี่ยมประชาชนที่ใด เมื่อได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน ก็บอกว่าให้ไปร้องเรียนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ” พระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
 
ประวัติเทศบาล ข้อมูลทั่วไป
ประวัติหมู่บ้าน
โครงสร้างเทศบาล
อำนาจและหน้าที่ของเทศบาล
รายนามคณะผู้บริหาร
รายชื่อสมาชิกสภาเทศบาล
อัตรากำลังของเทศบาล
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
ยุทธศาสตร์การพัฒนา, แผนพัฒนา
สถิติรายได้
ประกาศ / คำสั่ง เทศบาลตำบลยางคราม
สภาเทศบาลตำบลยางคราม
งบประมาณรายจ่ายประจำปี
การโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี
การเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลยางคราม
สถานีอนามัยบ้านดอนชัย
หน่วยงานในพื้นที่
งานกฏหมายและคดี
เทศบัญญัติตำบลยางคราม
ว่าด้วยการเลี้ยงสัตว์และปล่อยสัตว์
ว่าด้วยควันไฟและฝุ่นละอองจากการเผา
ว่าด้วยการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย
ว่าด้วยการควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ว่าด้วยเรื่องตลาด
คุยกับนายกองค์การบริหารส่วน
ตำบลยางคราม
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
แผนที่องค์การบริหารส่วนตำบล
 
     

 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 

   

ประชาสัมพันธ์การตรวจงานจ้าง <23/07/50>




โครงการก่อสร้างรางระบายน้ำ 50_82_a.doc (25 KB.)



กำหนดวันออกเสียงประชามติ <16/07/50>

วันอาทิตย์ ที่ 19 สิงหาคม 2550 เป็นวันออกเสียงประชามติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ กับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับ
จากคราวประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 40 / 2550 วันศุกร์ ที่ 6 กรกฎาคม 2550
องค์การบริหารส่วนตำบลยางคราม จึงขอเชิญชวนทุกท่านไปออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ ที่ 19 สิงหาคม 2550 นี้นะครับ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะไปร่วมลงประชามติ



ประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ 49_81_doc1184559604687.pdf (12 KB.)



ประชาสัมพันธ์การตรวจการจ้าง โครงการปรับปรุงถนนลูกรังและที่สาธารณะ <03/07/50>




หนังสือประชาสัมพันธ์ 46_79_p.doc (29 KB.)



ประกาศการตรวจงานจ้าง <21/06/50>




ประกาศการตรวจงานจ้าง 45_78_aaa.doc (26 KB.)



ประกาศผลการสอบราคาจ้างเหมา 7 โครงการ (เอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ 29 - 35) <06/06/50>




ประกาศผลการสอบราคาจ้างเหมา 7 โครงการ (เอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ 29 - 35) 44_75_11.doc (47 KB.)



ครม.ใจดีขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 4% เริ่ม 1 ต.ค. <06/06/50>

คณะรัฐมนตรี เห็นชอบปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการร้อยละ 4 มีผลบังคับใช้ 1 ตุลาคมนี้

ร้อยเอกนายแพทย์ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้ปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการทั่วประเทศ รวมถึงข้าราชการบำนาญและลูกจ้างในทุกตำแหน่งขึ้นอีกร้อยละ 4 มีผลตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป

รวมทั้งปรับอัตราเงินเดือนขั้นสูงและขั้นต่ำ

ของผู้มีสิทธิรับเงินเดือนเพิ่มการครองชีพชั่วคราว ซึ่งจะมีผลให้รายได้ขั้นสูงของผู้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเป็น 11,000 บาท และรายได้ขั้นต่ำปรับเพิ่มเป็น 7,700 บาท โดยใช้งบประมาณทั้งหมด 17,000 ล้านบาท

ส่วนระยะยาว

มีการปรับโครงสร้างค่าตอบแทนภาคราชการเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของค่าตอบแทนของข้าราชการประเภทต่าง ๆ โดยมอบหมายให้สำนักงาน กพ.ศึกษาเรื่องนี้ต่อไป

ทุ่ม1.7หมื่นล.ขึ้นเงินเดือนขรก.

อ้างกระตุ้นศก.หดเติม5พันล.ลงชุมชน



ครม.ใจป้ำทุ่ม 1.7 หมื่นล้านขึ้นเงินเดือนให้ขรก.ถ้วนหน้าเท่ากัน 4 เปอร์เซ็นต์ เริ่ม 1 ต.ค.นี้ อ้างเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว พร้อมปรับงบรายจ่ายปี 2551 เพิ่มขึ้นอีก 25,000 ล้านบาท ลดงบรายได้ 20,000 ล้านบาท เป็นงบขาดดุล 165,000 ล้านบาท หรือ 1.8 เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี คาดจีดีพีปีนี้อยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 5 พันล้านใช้โครงการเสริมยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขจังหวัด จากเดิม 1 หมื่นล้านบาท แต่คาดจะไม่พอ ส่วนอีก 3 พันล้านใช้โครงการพัฒนาชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุตสาหกรรม แถลงถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบปรับขึ้นค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐในอัตรา 4 เปอร์เซ็นต์เท่ากันทุกตำแหน่ง สำหรับข้าราชการพลเรือน ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการทหาร ข้าราชตำรวจ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม ตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการอัยการ ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ข้าราชการการเมือง ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นๆ และเงินช่วยเหลือการครองชีพข้าราชการบำนาญ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2550 เป็นต้นไป

ในส่วนของการปรับอัตราเงินเดือนขั้นสูงและขั้นต่ำ ของผู้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว ซึ่งจะมีผลให้รายได้ขั้นสูงของผู้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวปรับเพิ่มเป็น 11,000 บาท และรายได้ขั้นต่ำปรับเพิ่มเป็น 7,700 บาท รวมวงเงินงบประมาณที่ต้องใช้ในการดำเนินงาน 17,000 ล้านบาท ตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) เสนอ เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของค่าตอบแทนของข้าราชการประเภทต่างๆ โดยกำหนดอัตราเงินเดือนข้าราชการให้แตกต่างกันตามลักษณะงานและระดับตำแหน่งอย่างเหมาะสม

นายโฆษิตกล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมครม.ยังเห็นชอบการปรับปรุงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2551 เพิ่มขึ้นอีก 25,000 ล้านบาท จาก 1,635,000 ล้านบาท เป็น 1,660,000 ล้านบาท และปรับลดประมาณการรายได้ลง 20,000 ล้านบาท จากเดิม 1,151,000 ล้านบาท เป็น 1,495,000 ล้านบาท โดยงบประมาณขาดดุล 165,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.8 เปอร์เซ็นต์ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ทั้งนี้การเพิ่มวงเงินงบประมาณรายจ่ายดังกล่าว จะนำไปจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการปรับเงินค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ 17,000 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายการดำเนินยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขระดับจังหวัด 5,000 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3,000 ล้านบาท

"การปรับขึ้นค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ 17,000 ล้านบาท และการจัดสรรงบประมาณสู่ประชาชนฐานราก ถือเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นการอุปโภคบริโภคของประชาชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการลงทุนภาคเอกชนที่หดตัวด้วย โดยคาดว่าจีดีพีปี 2551 จะขยายตัวอยู่ที่ 4 เปอร์เซ็นต์ ตามที่ตั้งเป้าไว้ ส่วนจีดีพีปี 2550 คาดว่าจะอยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์" นายโฆสิตกล่าว

นายโชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมนอกกรอบวงเงินงบประมาณให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นภาครัฐ 7,450.1 ล้านบาท ให้ดำเนินการจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นต่อไป ได้แก่ การก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม ค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเงินเพิ่มทุนรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน 4 แห่ง วงเงินประมาณ 4,300 ล้านบาท ประกอบด้วย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.)

นายโชติชัยกล่าวว่า การปรับปรุงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2551 ครั้งนี้ ส่งผลให้งบรายจ่ายประจำ 1,214,056.1 ล้านบาท คิดเป็น 73.1 เปอร์เซ็นต์ จากปีก่อน 72.5 เปอร์เซ็นต์ ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย ซึ่งในจำนวนนี้จัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในสัดส่วน 25.20 เปอร์เซ็นต์ตามเดิม หรือคิดเป็นวงเงิน 376,740 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามแบ่งตามยุทธศาสตร์ต่างๆ เช่น การส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี มีคุณธรรมนำความรู้และสามารถปรับตัวสู่สังคมรากฐานความรู้วงเงิน 563,261.9 ล้านบาท ยุทธศาสตร์การแก้ไขความยากจน กระจายความเจริญสู่ชนบทและลดช่องว่างรายได้วงเงิน 59,833.1 ล้านบาท ยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนวงเงิน 182,873.3 ล้านบาท ยุทธศาสตร์การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมวงเงิน 50,744.3 ล้านบาท ยุทธศาสตร์การพัฒนาการเมืองและบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมวงเงิน 409,965.1 ล้านบาท ยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงของชาติและความสงบสุขของสังคมวงเงิน 219,692.8 ล้านบาท และรายการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐวงเงิน 173,629.5 ล้านบาท





เตือนระวังภัย จากโรคไข้เลือดออก ในช่วงฤดูฝน <06/06/50>

โรคไข้เลือดออก
ไข้เลือดออกเป็นโรคที่เกิดจากยุงเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกนอกจากจะเป็นปัญหาสาธารณะสุขของประเทศไทยแล้วยังเป็นปัญหาสาธารณสุขทั่่วโลกโดยเฉพาะประเทศในเขตร้อนชื้นและก่อให้เกิดความกังวลต่อผู้ปกครองเวลาเด็กมีไข้ บทความนี้จะบรรยายถึงโรคไข้เลือดออกในแง่การดูแลผู้ป่วยซึ่งมีหัวข้อดังต่อไปนี้
อุบัติการณืของโรคไข้เลือดออก
เมื่อ คศ 1970มีการระบาดของไข้เลือดออกเป็นครั้งคราว epidermic 9 ประเทศ ปัจจุบันไข้เลือดออกมีการระบาดเพิ่มมากขึ้นในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันไข้เลือดออกเป็นโรคประจำท้องถิ่น endemic ของประเทศมากว่า 100 ประเทศในแถบแอฟริกา อเมริกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ western pacific โดยมีความรุนแรงมากในแถบ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ western pacific
ประชากรประมาณ 2500 ล้านคนในประเทศที่มีการระบาดจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้เลือดออก ประมาณว่าจะมีการติดเชื้อปีละ 50 ล้านคน และต้องนอนโรงพยาบาลมากกว่า 500000 คนต่อปี อัตราการเสียชีวิตประมาณร้อยละ 2.5 แต่อาจจะสูงถึงร้อยละ 20 หากให้การรักษาอย่างดีอัตราการเสียชีวิตอาจจะลดลงต่ำกว่าร้อยละ1
สาเหตุของไข้เลือดออก
โรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลาย Aedes aegyti ตัวเมีย บินไปกัดคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกโดยเฉพาะช่วงที่มีไข้สูง เชื้อไ/วรัสแดงกีจะเพิ่มจำนวนในตัวยุงประมาณ 8-10 วัน เชื้อไวรัสแดงกี่จะไปที่ผนังกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง เมื่อยุงกัดคนก็จะแพร่เชื้อสู่คน เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ 2-7 วันในช่วงที่มีไข้ หากยุงกัดคนในช่วงนี้ก็จะรับเชื้อไวรัสมาแพร่ให้กับคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็ก โรคนี้ระบาดในฤดูฝน ยุงลายชอบออกหากินในเวลากลางวันตามบ้านเรือน และโรงเรียน ชอบวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์ กะลา กระป๋อง จานรองขาตู้กับข้าว แต่ไม่ชอบวางไข่ในท่อระบายน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง
เมื่อไรจะสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก
อาการของไข้เลือดออกไม่จำเพาะ อาการมีได้หลายอย่าง ในเด็กอาจจะมีเพียงอาการไข้และผื่น ใผู้ใหญ่อาจจะมีไข้สูง ปวดศรีษะ ปวดตามตัว ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ หากไม่คิดโรคนี้อาจจะทำให้การรักษาช้า ผู้ป่วยอาจจะสียชีวิต ลักษณที่สำคัญของไข้เลือกออกคือ
• ไข้สูงเฉียบพลัน ประมาณ 2-7 วัน
• เบื่ออาหาร หน้าแดง ปวดศีรษะ ร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน และอาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย
• บางรายอาจมีจุดเลือดสีแดงขึ้นตามลำตัว แขน ขา อาจมีกำเดาออก หรือเลือดออกตามไรฟัน และถ่ายอุจาระดำเนื่องจากเลือดออก และอาจทำให้เกิดอาการช็อคได้
• ในรายที่ช็อคจะสังเกตได้จากการที่ไข้ลดแต่ผู้ป่วยซึมลง ตัวเย็น หมดสติและเสียชีวิตได้
การเจาะเลือดตรวจวินิจฉัย
การรักษา
ไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับโรคไข้เลือดออก การรักเพียงประคับประคองอย่างใกล้ชิดโดยการเฝ้าระวังภาวะช็อค และเลือดออก และการให้สารน้ำอย่างเหมาะสมก็จะทำให้อัตราการเสียชีวิตลดลงต่ำกว่าร้อยละ 1
วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก
การผลิตวัคซีนกำลังอยู่ในขั้นพัฒนา แต่มีปัญาเนื่องเชื้อมี 4 สายพันธุ์ คาดการณ์ว่าจะสำเร็จและใช้ได้ในอนาคตอันใกล้ การป้องกันและการควบคุม
วิธีที่จะป้องกันและควบคุมไข้เลือดออกที่ดีที่สุดคือการควบคุมการแพร่กระจายของยุงลาย
• กำจัดแหล่งเพราะพันธุ์ยุง เช่น กะละ ยาง กระป๋อง
• หาฝาปิดภาชนะ เช่น โอ่ง ถังน้ำ
• ในแหล่งน้ำสาธารณะอาจจะเลี้ยงปลาเพื่อกินลูกน้ำ หรือใส่สารเคมีเพื่อฆ่าลูกน้ำ
ขนิดของเชื้อแดงกีเชื้อไวรัสแดงกี เป็น single strnded RNA ไวรัสมีด้วยกัน 4 ชนิด(serotype) DEN1 DEN2 DEN3 DEN4 ซึ่งมี antigen ร่วมกันบางส่วนทำให้เทื่อเกิดการติดเชื้อชนิดหนึ่งจะเกิดภูมิคุ้มกันต่อเชื้ออีกชนิดหนึ่ง แต่ภูมิที่เกิดจะอยู่ได้ 6-12 เดือน ส่วนภูมิที่เกิดกับเชื้อที่ป่วยจะมีตลอดชีวิต เช่นหากเป็นไข้เลือดออกจากเชื้อ DEN1 ผู้ป่วยจะมีภูมิต่อเชื้อนี้ตลอดชีวิต แต่จะมีภูมิต่อเชื้อแดงกีชนิดอื่นเพียง 6-12 เดือนเท่านั้นจาการศึกษาพบว่าการติดเชื้อซ้ำหรือการติดเชื้อครั้งที่สองจะเป็นสาเหตุของโรคแดงกีได้ถึงร้อยละ 80-90 ในสมัยก่อนปี 2543พบว่าการระบาดของเชื้อแดงกีเกิดจากสายพันธ์ที่สอง DEN2 แต่หลังจากนั้นพบลดลง แต่จะพบสายพันธ์ DEN3 มากขึ้น แต่หลังจากปี 2543 เชื้อสายพันธ์ที่สอง DEN2 เริ่มกลับมาพบมากขึ้นและมีอัตราการตายสูงเนื่องจากเป็นเชื้อที่หากเป็นแล้วจะเกิดอาการรุนแรงการ
อาการของโรคติดเชื้อไข้เลือดออก
ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้เลือดออกอาจจะไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยหรืออาจจะเกิดอาการรุนแรงจนเสียชีวิต เมื่อหายร่างกายจะมีภูมิต่อเชื้อนั้นตลอดชีวิต ความรุนแรงของการติดเชื้อขึ้นกับอายุ ภาวะภูมิคุ้มกัน และความรุนแรงของเชื้อ ติดเชื้อไวรัสแดงกิวมีอาการได้ 3 แบบคือ
• การติดเชื้อไข้แดงกิ่ว Denque Fever
• ไข้เลือดออก [Dengue hemorrhagic fever-DHF]
• สำหรับไข้เลือดออกแดงกิวที่ช็อก Denque Shock Syndrome DSS
การดำเนินของโรค
ความรุนแรงของโรค
ข้อสำคัญของไข้เลือดออก
• ให้สงสัยว่าจะเป็นไข้เลือดออกในผู้ที่มีไข้เฉียบพลัน ไข้สูง โดยที่ไม่มีอาการของไข้หวัดร่วมกับมีจุดเลือดออกหรือทำ touniquet test
• หากตับโตจะช่วยสนับสนุนว่าเป็นไข้เลือดออก
• ช่วงที่วิกฤตคือช่วงที่ไข้เริ่มลง หากเกร็ดเลือดต่ำลงร่วมกับความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้นก่อนไข้ลง ให้สงสัยว่าจะเกิด
• ยาลดไข้ไม่ได้ทำให้ระยะเวลาที่เป็นไข้ลดลง การให้ยาไม่ถูกต้องอาจจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน
• หากเลือดมีความเข้มข้นมากขึ้น 20%แสดงว่ามีการรั่วของพลาสม่า จำเป็นต้องได้รับน้ำเกลืออย่างเหมาะสม แต่การให้น้ำเกลือก่อนที่จะมีการรั่วของพลาสม่าไม่เกิดประโยชน์
• ภาวะ DSS เกิดจากการรั่งของพลาสม่าทำให้ร่างกายขาดน้ำ ต้องรีบให้น้ำเกลืออย่างรวดเร็ว และอาจจะจำเป็นต้องให้ Dextran 40
• การให้น้ำเกลือจะให้เท่ากับพลาสม่าที่รั่ว โดยดูจากความเข้มของเลือดและปริมาณปัสสาวะที่ออก
• การได้รับน้ำเกลือมากเกินไปอาจจะเกิดน้ำท่วมปอด
• การเกิดภาวะเป็นกรดจะเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆตามมา
ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไข้เลือดออกแดงกิวจะต้องมีหลักฐานการรั่วของพลาสมา(มีความเข้มข้นของเลือด[Hct]เพิ่มขึ้น 20% หรือมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด หรือในช่องท้อง) และมีเกร็ดเลือดต่ำกว่า 100,000 ความรุนแรงของโรคไข้เลือดออกจัดได้เป็น 4 ระดับ
• Grade 1 ผู้ป่วยไม่ช็อก เป็นไข้เลือดออกโดยที่ไม่มีจุดเลือดออก ทำ touniquet test ให้ผลบวก
• Grade 2 ผู้ป่วยไม่ช็อก มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง มีเลือดกำเดาไหล หรืออาเจียนเป็นเลือด
• Grade 3 ผู้ป่วย่ช็อก มีความดันโลหิตต่ำ ชีพขจรเร็ว pulse pressure แคบ เหงื่อออก กระสับกระส่าย
• Grade 4 ผู้ป่วย่ช็อกรุนแรง วัดความดันโลหิตไม่ได้
การดูแลผู้ป่วย
เมื่อไรจะให้กลับบ้าน
• ไม่มีไข้ 24 ชั่วโมงโดยที่ไม่ได้รับยาลดไข้ ผู้ป่วยอยากอาหาร
• ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน
• ความเข้มของเลือดคงที่
• 3วันหลังจากรักษาภาวะช็อค
• เกร็ดเลือดมากกว่า 50000
• ไม่มีอาการแน่ท้องหรือแน่หน้าอกจากน้ำในท้องหรือช่องเยื่อหุ้มปอด
ภาวะโรคแทรกซ้อนอื่นๆ
• ตับวาย
• ไตวาย
• สมองทำงานผิดปกติ
การป้องกันโรคไข้เลือดออก
วิธีป้องกันไข้เลือดออกที่ได้ผลดี และยั้งยืนต้องเป็นแบบบูรณการโดยการร่วมมือของทุกฝ่าย
• ภาคครัวเรือนต้องป้องกันโดยการกำจัดแหล่งน้ำที่เพาะพันธุ์ยุง และการป้องกันส่วนบุคคล
• ภาคชุมชนจะต้องมีการรณรงค์ให้มีการกำจัดแหล่งลูกน้ำในชุมชนอย่างน้อยปีละ 2-3 ครั้งและจะต้องทำพร้อมกันถั่วประเทศโดยการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ
• สำหรับชุมชนที่ห่างไกลก็อาจจะต้องใช้อาสาสมัคร
• จัดโปรแกรมสำหรับเด็กและครอบครัวเพื่อกำจัดลูกน้ำ
• กระตุ้นให้เอกชนมีส่วนร่วมในการจัดสิ่งแวดล้อม
• จัดการประกวดพื้นที่ปลอดภัยจากไข้เลือดออก




สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานบทพระราชนิพนธ์โคลงสี่สุภาพ ชื่อว่า "คืนวิสาข์" ให้แก่ วธ.จัดพิมพ์เผยแพร่ ในบัตรอวยพรวันวิสาขบูชา <23/05/50>

สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานโคลง "คืนวิสาข์" แก่ วธ. " คุณหญิงไขศรี" เผยทรงสอนให้นำหลักธรรมไปปฏิบัติ ไม่ให้ไปเกลือกกลั้วกับความชั่วทั้งหลาย พร้อมจัดพิมพ์เป็นการ์ดอวยพรในวันวิสาขบูชา 2 แสนแผ่นแจกประชาชน มอบให้นายกฯ-ครม. วันที่ 15 พ.ค.นี้
คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ในวันที่ 31 พฤษภาคม ตรงกับวันวิสาขบูชา และยูเนสโก ได้ประกาศยกย่องให้เป็นวันสำคัญของโลก วธ.จึงได้จัดทำการ์ดอวยพรวันวิสาขบูชาขึ้น ซึ่งในการนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานบทพระราชนิพนธ์โคลงสี่สุภาพ ชื่อว่า "คืนวิสาข์" ให้แก่ วธ.จัดพิมพ์เผยแพร่ ในบัตรอวยพรวันวิสาขบูชา
โดยมีเนื้อความดังนี้
"เพ็ญเดือนสิบห้าค่ำ คืนวิสาข์ ห้วงแห่งเนรัญชรา ใหญ่กว้าง แท่นกุศะนามา ติณชาติ โพธิ์พฤกษ์แหล่งสมสร้าง สืบถ้วนบารมี สิบทัศพลันเปี่ยมท้น พุทธธรรม ลุอนุตรสัม-โพธิพร้อง โปรดหมู่สัตว์น้อมนำ เนื่องสวัสดิ์ ไป่เกลือกกลั้วเสพส้อง กิเลสสิ้นบ่วงมาร"
เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจประชาชนให้ทราบถึงประวัติและความสำคัญของวันวิสาขบูชา ตลอดจนให้พร้อมใจกันระลึกถึงหลักคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คุณหญิงไขศรี กล่าวอีกว่า บทพระราชนิพนธ์โคลงสี่สุภาพ ชื่อว่า "คืนวิสาข์" มีความหมายว่า “วันเพ็ญเดือน 15 ค่ำ ในคืนวันวิสาขบูชา ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชราที่กว้างใหญ่ นั่งบนแท่นหญ้า (กุศะ) ใต้ต้นโพธิ์สร้างบารมี 10 ประการ ที่เปี่ยมล้นด้วยพุทธธรรมได้บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ และโปรดหมู่สัตว์ทั้งหลายอย่างต่อเนื่องให้น้อมนำหลักธรรมไปปฏิบัติ เพื่อไม่ให้ไปเกลือกกลั้วกับความชั่วทั้งหลาย”
ทั้งนี้ การ์ดอวยพรนั้น วธ.เลือกรูปพระพุทธสิหิงค์ ปางสมาธิ พื้นหลังสีม่วง สื่อถึงการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าและเชิญชวนให้ ลด ละ เลิก อบายมุข เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่ง วธ.จัดพิมพ์การ์ดอวยพร 2 แสนแผ่น มอบหน่วยงานราชการ ประชาชน และวันที่ 15 พฤษภาคมนี้จะมอบให้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี

กรมการศาสนา (ศน.) จัดกิจกรรมงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา วันที่ 25-31 พฤษภาคม รณรงค์ให้ประชาชนลด ละ เลิก อบายมุข เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรม งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา ระหว่างวันที่ 25-31 พฤษภาคม ว่า ขณะนี้ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลจำนวน 33 ล้านบาท ให้ดำเนินการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับวันวิสาขบูชา ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม โดยจัดงานร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย และกรุงเทพมหานคร ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง, พุทธมณฑล จ.นครปฐม และในส่วนภูมิภาคตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งได้เตรียมกิจกรรมไว้หลายรูปแบบ อาทิ การตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 181 รูป การสาธยายพระไตรปิฎก ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 7 วัน 7 คืน การเปิดศูนย์จริยศึกษา พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ การสวดมนต์หมู่สรภัญญะ การเล่านิทานธรรมะประกอบท่าทาง การประกอบพิธีเวียนเทียน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้เน้นย้ำควรจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนลด ละ เลิก อบายมุข ในวันวิสาขบูชาและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อจัดกิจกรรมงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนลด ละ เลิกอบายมุข อย่างพร้อมเพรียงกัน โดยเฉพาะตามสถานศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ

 
     
หน้า   1 2 3 4 5 6 7 8 [9] 10 11  


 
 
 
 
 
Copyright 2006-2017 โดย เทศบาลตําบลยางคราม - http://www.yangkham.go.th,
ที่ทำการเทศบาลตําบลยางคราม 271 ม.5 ต.ยางคราม อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ 50160
เว็บไซต์ออกแบบและพัฒนาโดย www.click2solutions.com
เริ่ม 12 ธันวาคม พ.ศ.2549